“พวกเศรษฐีโรคจิตที่อยู่เบื้องหลัง พอเห็นเธอเก่งขนาดนั้น ก็อยากเห็นเธอถูกย่ำยี”
“มีคนจิตใจวิปริตบางประเภทที่อยากทำให้คนบริสุทธิ์ผุดผ่องแปดเปื้อนไปด้วยโคลนตม อยากเปลี่ยนยอดฝีมือให้กลายเป็นคนไร้ค่า”
“พวกเศรษฐีกลุ่มนั้นประกาศค่าหัวให้ผู้เข้าแข่งขัน ส่วนการถ่ายทอดสดก็ถูกย้ายไปถ่ายทอดนอกระบบออนไลน์ กลายเป็นช่องถ่ายทอดส่วนตัวที่มีแค่พวกโรคจิตกลุ่มนั้นเท่านั้นที่ดูได้”
“เนื้อหาค่าหัวพวกนั้น ไม่มีคนปกติที่ไหนคิดออกหรอก!”
ฟู่ยวี้กำหมัดแน่น
แม้เวลาจะผ่านมาหลายปีแล้ว แต่พอนึกย้อนถึงเรื่องนั้น เขาก็ยังโกรธจนเลือดขึ้นหน้า
ทั้งที่เรื่องนั้นไม่ได้เกิดกับเขาเอง
แต่แค่เห็นเพื่อนร่วมชาติของตัวเอง เด็กสาวที่เปล่งประกายขนาดนั้น ถูกย่ำยีจนไม่เหลือสภาพคน ใครเห็นก็ต้องโกรธทั้งนั้น
ตอนนั้นเขาขาดเงิน จึงไปเข้าร่วมรายการเพื่อหวังจะหาเงินทุนก้อนหนึ่งมาทำธุรกิจ
ใครจะคิดว่าสุดท้ายจะเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้น!
ฟู่ยวี้สูดหายใจลึก ก่อนพูดต่อว่า
“ถึงจะมีประกาศค่าหัว แต่ด้วยความสามารถของเด็กคนนั้น พวกนั้นก็ทำอะไรเธอไม่ได้หรอก”
“แต่ทีมงานรายการอยากให้พวกโรคจิตได้เห็นอย่างที่ต้องการ เลยใช้ระเบิดแก๊สพิษทำให้เธอสลบ แถมยังฉีดยาให้เธอหมดแรงด้วย”
“หลังจากนั้น...”
ฟู่ยวี้ส่ายหน้า ดูเหมือนเขาจะทนเล่าต่อไม่ไหว และไม่อยากนึกถึงภาพสกปรกโสมมเหล่านั้นอีก
“พูดมาเถอะ ฉันอยากฟัง” ฉู่อีอีพูดเสียงเรียบ สีหน้าไม่เปลี่ยน
แต่ฟู่ยวี้กลับรู้สึกว่าอุณหภูมิในห้องนั่งเล่นเย็นลงอย่างกะทันหัน
เขาเม้มปาก สีหน้าขรึมลง แล้วเล่าถึงสิ่งที่ตัวเองเห็นในตอนนั้น
เรื่องราวมากมายเหลือเกิน
วิปริตจนเกินกว่าจะทนฟัง
“ฉันไม่ยอมร่วมมือ พวกนั้นเลยซ้อมฉันจนเกือบตาย แล้วแขวนฉันไว้บนต้นไม้ ให้มองดูทุกอย่าง”
“ต่อมาพวกโรคจิตที่อยู่เบื้องหลังบางคนเริ่มดูจนตื่นเต้น ไม่พอใจที่ได้แต่มองอยู่หลังฉาก พวกนั้นก็เลยมาที่เกิดเหตุด้วย...”
“ผู้กำกับอยากเอาใจพวกนายทุน เลยคิดวิธีเล่นพิเรนทร์อย่างหนึ่งขึ้นมา”
“เขาเสนอให้ผ่าลิ้นเด็กผู้หญิงคนนั้นแยกเป็นสองซีก...”
