[ตอนนี้ตีสามแล้วแท้ ๆ ยังมีคนจากทั่วประเทศถึง 120 ล้านคนอดนอนเป็นเพื่อนฉัน ดูพี่อีนอนอยู่เลย]
[ฮือ ๆ ไม่อยากให้พี่อีจากไปเลย ฉันยังอยากดูพี่อีเอาชีวิตรอดในป่าต่อ อยากดูเธอแกว่งเถาวัลย์ ปีนคลานไปกับพื้น แล้วก็ไล่ทุบทุกคนแบบไม่เลือกหน้า!]
[ฉันก็เหมือนกัน ตลอดเจ็ดวันนี้พอมีเวลาว่างก็เข้ามาดูไลฟ์ของพี่อีจนกลายเป็นความเคยชินไปแล้ว ต่อไปจะไม่ได้ดูพี่อีอีก คงทรมานยิ่งกว่าฆ่าฉันซะอีก!]
[ขอเรียกร้องให้ยืดเวลารายการออกไป!]
[ยืดเวลาไม่ได้หรอก พวกคุณไม่เห็นสภาพห้าคนนั่นหรือไง? ถ่ายต่อไปพวกเขาอาจได้ตายคาป่าจริง ๆ ก็ได้]
[งั้นก็หวังว่ารายการวาไรตี้อื่นจะชวนฉู่อีอีไปถ่ายบ้าง ขอแบบไลฟ์สดตลอดรายการเลยยิ่งดี!]
[ตั้งตารอพรุ่งนี้จัง ไม่รู้ผู้กำกับจะใช้วิธีไหนบอกความจริงกับพวกเขา]
[ฉันอดใจรอดูปฏิกิริยาของกู้หมิงจูกับคนอื่น ๆ ตอนรู้ความจริงไม่ไหวแล้ว!]
[ฮ่า ๆ แค่คิดก็สะใจแล้ว รีบมาถึงพรุ่งนี้ไว ๆ ทีเถอะ!]
[เฮ้อ ฉันทั้งอยากให้พรุ่งนี้มาถึงเร็ว ๆ และอยากให้เวลาผ่านไปช้า ๆ จะได้ดูโฉมงามล่มเมืองของพี่อีให้นานกว่านี้]
ผู้ชม 120 ล้านคนในห้องไลฟ์ยังคงพูดคุยกันไม่หยุด
คืนนั้นแพลตฟอร์มส่งอาหารที่ปักหมุดอยู่ในห้องไลฟ์ก็ได้รับออร์เดอร์ถล่มทลาย
เช้าวันถัดมา ตอนหกโมงเช้า ผู้คนเริ่มทยอยเข้ามาในห้องไลฟ์มากขึ้น
พอเข้ามา พวกเขาก็รีบถามไถ่สถานการณ์กันอย่างตื่นเต้น
[ทุกคน พวกเขารู้ความจริงกันหรือยัง? ฉันพลาดไปหรือเปล่า?]
[เพื่อนเอ๊ย ดูเวลาสิ เพิ่งกี่โมงเอง? นอกจากฉู่อีอีแล้ว คนอื่นยังไม่ตื่นเลย]
[ฉันว่าไม่น่าจะเร็วขนาดนั้นหรอก คงต้องกลับเข้าเมืองก่อนถึงจะบอกพวกเขา ตอนนี้เพิ่งเริ่มทยอยตื่นกันเอง ยังต้องนั่งเรือสำราญอีกหลายชั่วโมงกว่าจะขึ้นฝั่ง]
ในป่า
ฉู่อีอีตื่นแต่เช้าเหมือนทุกวัน
หลังล้างหน้าแปรงฟันเสร็จ เธอก็ไปฝึกวิชากงแปดท่อนวัชระริมแม่น้ำ จากนั้นเดินเล่นไปทั่วเพื่อชมทิวทัศน์แถวนี้เป็นครั้งสุดท้าย
“ฉู่อีอี อย่าเดินไปไกลนักนะ แปดโมงเราจะออกเดินทางแล้ว!” ผู้กำกับตะโกนบอกมาจากด้านหลัง
ฉู่อีอีไม่ได้หันกลับไป เพียงยกมือโบกเป็นเชิงว่ารู้แล้ว
