ในจังหวะนั้นเอง เงาร่างคุ้นตาก็ค่อย ๆ เดินออกมาจากป่า
“กรี๊ดดดด… ฉู่อีอีมาแล้ว! ผีมาแล้ว! พี่ช่วยฉันด้วย ฮือ ๆ ๆ…”
กู้หมิงจูพุ่งเข้าไปซุกในอ้อมแขนกู้เสวียนทันที ร่างกายสั่นเทาอย่างรุนแรง
เธอซุกหน้าอยู่กับอกของกู้เสวียน ไม่กล้ามอง แต่ก็อดแอบชำเลืองดูไม่ได้ว่าผีฉู่อีอีเข้ามาใกล้หรือยัง
พอกู้เสวียนเห็นเงาของฉู่อีอี ใบหน้าก็ซีดเผือด ร่างเกร็งแข็งและสั่นน้อย ๆ อย่างห้ามไม่อยู่
“อีอี นั่นเธอหรือเปล่า? เธอเป็นคนหรือเป็นผี?” กู้เสวียนถามเสียงสั่น
หน้าผาสูงขนาดนั้น ต่อให้ฉู่อีอีโชคดีรอดมาได้ ก็ไม่มีทางไม่บาดเจ็บเลย
แต่ตอนนี้บนตัวฉู่อีอีไม่มีรอยเลือดแม้แต่น้อย เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด
เพราะงั้นเธอไม่มีทางเป็นคน…
“คิดว่าไงล่ะ?” ฉู่อีอีย้อนถามด้วยรอยยิ้มคล้ายยิ้มไม่คล้ายยิ้ม
เธอส่องไฟฉายจากด้านล่างขึ้นด้านบน พอยิ้มก็เผยฟันขาววาววับ ดูน่ากลัวขึ้นไปอีก
“ฉู่อีอี ขอร้องล่ะ ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันไม่ได้ตั้งใจผลักเธอจริง ๆ เห็นแก่ที่เราเป็นครอบครัวเดียวกัน ยกโทษให้ฉันสักครั้งนะ!”
“ฉันสาบานเลย ขอแค่เธอยอมปล่อยฉันกลับไป ฉันจะเผาเงินให้เธอเยอะ ๆ ให้เธอเป็นผีที่รวยที่สุดในยมโลกเลย!”
“ฉันจะดูแลพ่อแม่กับพี่ ๆ แทนเธอ จะกตัญญูต่อพวกเขาแทนเธอเอง!”
“ขอร้องล่ะ ปล่อยฉันไปเถอะ!”
เธอคุกเข่าลงต่อหน้าฉู่อีอี ร้องไห้สารภาพผิดพลางโขกศีรษะไม่หยุด
“ฉันไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ แค่อยากตบหลังเธอเบา ๆ ไม่คิดว่าเธอจะยืนไม่อยู่แล้วตกหน้าผา เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับฉันนะ เธอจะมาเอาชีวิตฉันไม่ได้ ไม่อย่างนั้นเธอจะไปเกิดไม่ได้!”
“ถึงเธอจะโทษฉัน แต่เธอก็มีส่วนผิดเหมือนกัน ใครใช้ให้เธอไปนั่งตรงขอบหน้าผา แถมยังห้อยขาออกไปล่ะ? ต่อให้ฉันไม่ผลัก เธอก็ตกลงไปเองอยู่ดี!”
“ในเมื่อเธอตกลงไปตาย ก็แปลว่าชะตาเธอเป็นแบบนั้น จะมาโทษฉันไม่ได้!”
พอเห็นว่าขอโทษไปก็ไม่มีประโยชน์ เธอก็เริ่มโยนความผิดให้คนอื่น
กู้เสวียนพูดเสียงสั่น “อีอี ในเมื่อเธอตายแล้วก็ไปเกิดดี ๆ เถอะ อย่าก่อกรรมฆ่าคนเลย ถ้าเธอฆ่าคน เธอจะตกไปอยู่ในทางเปรตแล้วไปเกิดไม่ได้”
“ถ้าเธอมีความแค้นจนไปเกิดไม่ได้ พอกลับไปแล้ว ฉันจะหาคนมาสวดมนต์ให้เธอ สั่งสมบุญให้เธอ ชาติหน้าจะได้เกิดในครอบครัวที่ดี”
