ฉู่อีอีหัวเราะเยาะ “ใช่ ฉันจนจนแทบบ้าเลยนี่นา เพราะหลังจากแม่แท้ ๆ ของเธออุ้มฉันไปตอนนั้น ก็เอาฉันไปทิ้งไว้ในสลัม ต่างจากเธอที่โตมาท่ามกลางเสื้อผ้าอาภรณ์และอาหารชั้นดี แถมยังมีเงินใช้เดือนละหลายแสน เมื่อเทียบกับเธอแล้ว ฉันก็จนจนแทบบ้าจริง ๆ นั่นแหละ”
กู้หมิงจูกัดริมฝีปาก สีหน้าสลับซีดสลับแดง
กู้เสวียนพูดอย่างไม่พอใจ “อย่าจงใจหาเรื่องหมิงจูสิ!”
“เรื่องที่แม่ของหมิงจูทำไม่เกี่ยวกับเธอ ความลำบากที่เธอเจอก็ไม่ได้เกิดจากหมิงจู”
“อีกอย่าง แม่แท้ ๆ ของหมิงจูก็ชดใช้ความผิดที่ทำไว้แล้ว เธอยังจะเอายังไงอีก?”
ฉู่อีอีตอบ “เธอได้รับผลประโยชน์จากเรื่องเลวร้ายที่แม่ทำไว้ แล้วทำไมฉันจะหาเรื่องเธอไม่ได้?”
“ที่นายบอกว่าแม่เธอชดใช้แล้ว หมายถึงพวกนายไล่เธอออก แล้วช่วยซื้อบ้านพักตากอากาศให้ ใช้ชีวิตสุขสบายงั้นเหรอ?”
“ค่าชดใช้แพงจริง ๆ เลยนะ~”
กู้เสวียนหน้าเจื่อน “เธอ...เธอรู้ได้ยังไง?”
ฉู่อีอีหัวเราะเย็นชา “กู้หมิงจูคุกเข่าขอร้องพวกนายให้ปล่อยแม่แท้ ๆ ของเธอไป ฉันได้ยินชัดเต็มสองหู”
“ฉันยังได้ยินนายพูดด้วยว่า ถ้าแม่เธอไม่สลับตัวฉันกับกู้หมิงจูตอนนั้น พวกนายก็คงไม่มีน้องสาวกับลูกสาวที่แสนดีอย่างกู้หมิงจู”
“เพราะงั้นทั้งครอบครัวของพวกนายถึงได้ตอบแทนพี่เลี้ยงตัวการใหญ่คนนั้น ทั้งยกโทษให้ความผิดของเธอแทนฉัน แถมยังซื้อบ้านพักตากอากาศให้ แถมยังให้เงินก้อนโตไว้เลี้ยงตัวตอนแก่”
“พวกนายยังปรึกษากันด้วยว่าจะหลอกฉัน โดยจงใจโกหกว่าเอาพี่เลี้ยงคนนั้นไปติดคุกแล้ว”
กู้เสวียนถูกต้อนจนพูดไม่ออก
กู้หมิงจูพูดอย่างไม่พอใจ “เธอแอบฟังคนอื่นพูดได้ยังไง? สมกับเป็นคนไร้มารยาทจริง ๆ!”
ฉู่อีอียักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ “ใช่ ฉันไม่มีมารยาทดี ๆ เหมือนพวกนายหรอก เพราะฉันทำใจเสวยสุขกับชีวิตของคนอื่น แล้วคิดจะฆ่าอีกฝ่ายให้ตายไม่ได้”
“ฉันก็ทำไม่ได้เหมือนกัน ที่จะไปขอบคุณคนที่ทำให้น้องสาวแท้ ๆ ของตัวเองต้องทุกข์ทรมาน เกือบตายอยู่ข้างนอก”
“มารยาทแบบพวกนาย ฉันไม่กล้าเอาอย่างหรอก”
กู้เสวียนหน้าซีด แววตาเผยความสับสนและเจ็บปวด
ดูเหมือนจนถึงตอนนี้ พอถูกฉู่อีอีชี้หน้ากล่าวหาว่าสิ่งที่เขาทำนั้นเกินไปและชั่วร้ายแค่ไหน เขาถึงเพิ่งตระหนักว่าตัวเองอาจทำผิด
