ฟู่ยวี้ไม่แม้แต่จะหันกลับมา พูดเสียงเย็นว่า “อย่ายุ่งเรื่องชาวบ้าน ไปหั่นแตงโมของนายไป”
ชิวเฟิงพูดอย่างมั่นใจว่า “นายต้องชอบเธอแน่ ๆ นายไม่เคยเป็นห่วงผู้หญิงคนไหนขนาดนี้มาก่อนเลย!”
ฟู่ยวี้หรี่ตาลงเล็กน้อย
ชอบงั้นเหรอ?
เขามีความรู้สึกดี ๆ ให้ฉู่อีอีอยู่บ้างจริง ๆ
ตั้งแต่เจอกันครั้งแรก เขาก็รู้สึกว่าเธอไม่เหมือนคนทั่วไป แถมยังน่าสนใจมาก
ไม่อย่างนั้น หลังจากตกลงทำธุรกิจกันแล้ว เขาคงไม่ให้เธอยืมบ้านอยู่หรอก
แต่เขาไม่เคยชอบใครมาก่อน จึงไม่รู้ว่าความรู้สึกชอบเป็นยังไง แบบนี้นับว่าชอบหรือเปล่า
ชิวเฟิงว่า “เงียบแบบนี้แปลว่ายอมรับสินะ นายชอบเธอจริง ๆ ด้วย!”
ฟู่ยวี้ยังคงไม่พูดอะไร
ชิวเฟิงเดินไปตรงหน้าฟู่ยวี้ แล้ววนรอบตัวเขาพลางสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้า “เมื่อก่อนฉันคิดมาตลอดว่านายไม่ชอบผู้หญิง นึกว่านายเป็นเกย์ซะอีก ไม่คิดเลยว่านายจะชอบผู้หญิงสภาพจิตไม่ปกติอย่างฉู่อีอี!”
“รสนิยมแปลกไม่เบาเลยนะ!”
ฟู่ยวี้เงยหน้าขึ้น มองชิวเฟิงอย่างเย็นชา “อยากตายแล้วใช่ไหม?”
“ตอนนี้ฉู่อีอียังไม่ได้รับการวินิจฉัย อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าเธอมีปัญหาทางจิต ระวังคำพูดหน่อย”
ชิวเฟิงหดคอ พูดอย่างกระอักกระอ่วนว่า “ฉันแค่ล้อเล่นเอง นายจะโกรธทำไม?”
“อีกอย่าง ชอบคนป่วยทางจิตก็ไม่ได้เสียหายอะไร เธอสวยขนาดนั้น ต่อให้ป่วยทางจิตก็ไม่เห็นเป็นไรเลย”
แววตาของฟู่ยวี้เย็นเยียบขึ้นกว่าเดิม ไออำมหิตอันตรายแผ่ออกมาจากตัวเขา
เหงื่อเย็นผุดขึ้นบนหน้าผากชิวเฟิง เขารีบเผ่นหนีไปก่อนที่ฟู่ยวี้จะระเบิดอารมณ์
……
ฟู่ยวี้ใช้เวลาครึ่งชั่วโมงทำกับข้าวสองอย่างกับซุปหนึ่งอย่าง
มะเขือเทศผัดไข่หนึ่งจาน
หมูผัดพริกหยวกหนึ่งจาน
ซุปสาหร่ายใส่ไข่หนึ่งถ้วย
ฉู่อีอีเดินเข้ามาในห้องอาหาร แล้วนั่งลงตรงข้ามฟู่ยวี้
หลังจากช่วยฉู่อีอีหั่นแตงโมเสร็จ ชิวเฟิงก็กลับไปแล้ว มื้อนี้จึงมีแค่พวกเขาสองคน
ฉู่อีอีกินไปคำหนึ่งแล้วเลิกคิ้ว “ไม่คิดเลยว่าคนรวยอย่างนายจะทำอาหารเป็น แถมฝีมือยังไม่เลวด้วย”
พอได้กินของอร่อย อารมณ์ก็ดีขึ้นเสมอ เธอจึงไม่ได้โกรธฟู่ยวี้มากนักที่เขาบุกมาหาโดยไม่บอกกล่าว
