พวกเขาคลานอยู่หนึ่งนาที ฟู่ยวี้ก็เมตตาปล่อยให้ลุกขึ้น
หรงสือตบมือพลางพูดว่า “นี่ดูเหมือนจะช่วยออกกำลังกายจริง ๆ นะ ฉันรู้สึกว่าหลังสบายขึ้นเยอะเลย”
เสิ่นหยวนพูดว่า “ได้ผลอยู่เหมือนกันนะ แค่เมื่อยมือไปหน่อย”
ชิวเฟิงทำหน้าเหมือนโลกทั้งใบพังทลาย “สรุปว่าฉู่อีอีไม่ได้ป่วยจริง ๆ เหรอ?”
ทุกคนหันไปมองฉู่อีอีพร้อมกัน
ฉู่อีอีหน้าบึ้ง “พวกนายต่างหากที่ป่วย ฉันปกติดีจะตาย!”
พูดจบก็หันหลังเดินกลับเข้าไปในบ้านพัก
เสิ่นหยวนหัวเราะแล้ววิ่งเหยาะ ๆ ตามไป “อย่าโกรธเลย ฟู่ยวี้แค่เป็นห่วงเธอ ถึงได้สงสัยว่าสภาพจิตใจเธอไม่ปกติ”
“เออจริงสิ ฉันชื่อเสิ่นหยวน มีบริษัทบันเทิงเป็นของตัวเอง ในเมื่อเธอตัดขาดกับตระกูลกู้แล้ว ก็คงไม่ทำงานที่บริษัทของพี่ชายต่อใช่ไหม? ถ้าอยากหาต้นสังกัดใหม่ ลองมาพิจารณาบริษัทฉันดูก็ได้”
“เธอเป็นเพื่อนฟู่ยวี้ ฉันไม่หลอกเธอแน่นอน”
ฉู่อีอีตอบเสียงเรียบ “ไม่สนใจ ไม่อยากเซ็นสัญญา ไปให้ไกล ๆ”
พูดจบก็เดินขึ้นชั้นบน
เสิ่นหยวน “……”
ตอนนั้นเอง ฟู่ยวี้เดินเข้ามา คว้าคอเสื้อด้านหลังของเสิ่นหยวนแล้วดึงถอยหลัง ก่อนเตือนว่า “อย่าเอาเล่ห์เหลี่ยมของนายไปใช้กับเธอ เธอไม่ใช่คนที่นายจะไปยุ่งด้วยได้”
เสิ่นหยวนมองฟู่ยวี้อย่างตกใจ “นายคงไม่ได้ชอบฉู่อีอีเข้าแล้วนะ?”
ฟู่ยวี้ก้มตาลง ตอบเสียงเรียบ “เปล่า เธอเป็นแค่คู่ร่วมงานของฉัน”
เสิ่นหยวนมองอย่างดูแคลน “เลิกปากไม่ตรงกับใจได้แล้ว นายพาเธอมาอยู่บ้าน ยังจะบอกว่าไม่ได้ชอบอีกเหรอ? ทำไมไม่เห็นพาผู้หญิงคนอื่นกลับมาอยู่บ้านบ้างล่ะ?”
หรงสือพูดเสริม “ใช่ ๆ นายยังป่วยตามเธอไปด้วย มีแต่คนที่รักใครสักคนเท่านั้นแหละถึงจะยอมบ้าตาม ยอมวุ่นวายไปด้วย!”
ฟู่ยวี้ “ถ้าฉันบอกว่าถูกบังคับ พวกนายจะเชื่อไหม?”
ทุกคนทำหน้าไม่เชื่อ
เสิ่นหยวนพูดว่า “ใครจะบังคับนายได้กัน? เห็น ๆ อยู่ว่านายเต็มใจ แถมยังพอใจด้วย!”
หรงสือว่า “ใช่ ๆ ดูสีหน้านายสิ มีความสุขขนาดนั้น เหมือนคนถูกบังคับตรงไหน?”
ฟู่ยวี้ “……”
เสิ่นหยวนถอนหายใจอย่างเสียดาย “หลายวันมานี้ฉันนอนดึกดูไลฟ์ของฉู่อีอีทุกวัน เดิมทีก็สนใจเธออยู่แล้ว แต่ในเมื่อนายชอบเธอ ฉันก็ไม่แย่งกับนายหรอก”
