ฉู่อีอี: “……” ไอ้เด็กนี่ ปากเสียเหมือนตอนเด็กไม่มีผิด
ในฐานะพี่สาว เธอต้องรับผิดชอบอบรมน้องชายให้ดี
คิดได้ดังนั้น เธอก็กดจวินเช่อลงกับพื้น แล้วใช้หมัดที่เปี่ยมไปด้วยความรักอบรมเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า
ทั้งสองกลับมานั่งที่โต๊ะอีกครั้ง ฉู่อีอีสีหน้าเป็นปกติ ส่วนจวินเช่อก็ยังทำหน้าเหมือนเดิม ทว่ารอบตาซ้ายเขียวช้ำ มุมปากขวาบวมแดง เห็นได้ชัดว่าการอบรมด้วยความรักครั้งนี้ไม่เบาเลย
“รู้หรือยังว่าผิดตรงไหน?” ฉู่อีอีถาม
จวินเช่อพยักหน้าอย่างว่าง่าย “รู้แล้ว”
ฉู่อีอีถามต่อ “คราวหน้ายังกล้าอีกไหม?”
จวินเช่อพยักหน้าต่อ สีหน้ายังคงว่าง่าย “คราวหน้าก็ยังกล้า”
ฉู่อีอีหน้าคล้ำลง
จวินเช่อยิ้มบาง ๆ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลจริงจัง “ช็อกโกแลตแบบแข็งอร่อยกว่าแบบเหลวจริง ๆ นั่นแหละ”
ฉู่อีอีกัดฟันพูด “ชอบกินของแข็งนักใช่ไหม งั้นฉันจะป้อนหมัดที่แข็งเหมือนเหล็กให้อีกสักหน่อย!”
จวินเช่อถูกเธอกดลงกับพื้นแล้วซ้อมยับอีกครั้ง
ไม่กี่นาทีต่อมา ทั้งคู่ก็กลับมานั่งที่โต๊ะอีกหน
รอบตาขวาของจวินเช่อก็เขียวช้ำ มุมปากขวาก็บวมขึ้น ทั้งซ้ายทั้งขวาบวมเท่ากันเป๊ะ สมมาตรกันสุด ๆ
ฉู่อีอีถามยิ้ม ๆ เหมือนไม่ยิ้ม “ยังอยากกินของแข็งเหมือนเหล็กอีกไหม?”
จวินเช่อส่ายหน้า “เจ็บปาก กินไม่ไหว”
ฉู่อีอีพอใจแล้ว จึงเลื่อนซอสช็อกโกแลตไปตรงหน้าเขา “งั้นก็กินของนิ่ม ๆ เยอะหน่อย”
“นี่ สมองหมูก็นิ่มเหมือนกัน ยกให้หมดเลย”
จวินเช่อมองเธออย่างไร้เดียงสาแล้วพูดว่า “มือเจ็บ พี่สาวป้อนหน่อย”
