“ไม่เป็นไรแล้ว” ซูหว่านเจาลองเหยียบปลายเท้าลงพื้น ก่อนสรุปว่า “ตอนนี้ข้าวิ่งปร๋อได้แล้ว”
“ให้ข้าช่วยดูให้ไหม?” เซี่ยหานเซิงยืนตัวโตขวางอยู่ตรงประตู รูปร่างสูงใหญ่ สีหน้าจริงจัง ทว่าสายตากลับหลุกหลิก เขาจ้องนางด้วยดวงตาดำสนิท แล้วก็หลบตา ก่อนจะหันกลับมามองอีกครั้ง แล้วก็หลบตาอีก
“คนหัวรั้นตัวน้อย?” ซูหว่านเจาหรี่ตา รู้สึกฉงนเล็กน้อย “ขาข้าหายดีแล้วนี่ ยังจะดูอะไรอีก?”
【หึ~】
ซูหว่านเจา: ?
เมื่อครู่พี่ระบบหัวเราะเยาะหรือ?
ระบบของพวกนางหัวเราะเยาะเป็นด้วยหรือ?
ระบบเช้านี้กินระเบิดเข้าไปสิบตัน พอหัวเราะเยาะเสียงหนึ่งก็เงียบกริบไปเลย
ซูหว่านเจาจึงไม่สนใจมัน บอกเซี่ยหานเซิงว่าขาของนางหายดีแล้ว ไม่ต้องให้เขาดู ยิ่งไปกว่านั้นเขาจะมีประโยชน์อะไร รักษาโรคก็สู้ศิษย์พี่ใหญ่ไม่ได้ แถมยังลงมือหยาบกระด้าง ทำให้นางเจ็บอยู่เสมอ
ไม่รู้ว่าเป็นเพียงความรู้สึกไปเองหรือไม่ ซูหว่านเจารู้สึกว่าหลังจากถูกปฏิเสธ คนหัวรั้นตัวน้อยก็ก้มหน้าลง หางใหญ่ที่ไม่มีอยู่จริงด้านหลังห้อยตกลงมา ดูอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก
ซูหว่านเจาไม่เข้าใจความคิดของบุรุษ จึงไม่ได้ใส่ใจ เดินผ่านเขาไปก็เหยียบเท้าเขาตามเคย ก่อนจะกระโดดโลดเต้นลงไปกินอาหารเช้า
เมื่อลงไปถึงชั้นล่าง ก็มีเพียงคนของสำนักจินหยางไม่กี่คน
นางกวาดตามองรอบหนึ่ง “ศิษย์พี่ใหญ่เล่า?”
“สำนักมีธุระ ศิษย์พี่กลับไปจัดการแล้ว เขาฝากบอกว่าเมื่อตื่นแล้วให้กลับสำนักไปกับข้า”
