เจียงหลินชวนหยิบปากกาเมจิกขึ้นมาขีดเส้นไว้บนกรอบประตูที่อยู่ใกล้พวกเขาที่สุด จากนั้นทุกคนก็เดินหน้าต่อ ผ่านประตูไปติด ๆ กันสามบาน แต่เครื่องหมายสีดำเส้นนั้นกลับปรากฏขึ้นตรงหน้าอีกครั้ง
โจวซวี่ป๋ายหันกลับไปมอง “พวกเราเดินย้อนกลับมาหรือ?”
“เปล่า” เจียงหลินชวนตอบ “พวกเราเดินไปข้างหน้าตลอด ทางเข้าเองก็ยังอยู่ด้านหลัง”
ทั้งด้านหน้าและด้านหลังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่พวกเขากลับผ่านประตูบานเดิมอีกครั้ง
สีหน้าเซี่ยถิงหลานยังคงนิ่ง “น่าจะมีแค่ประตูบานเดียวที่ถูกต้อง”
“หรือจะพังประตูทีละบาน?” โจวซวี่ป๋ายเสนอ
เจียงหลินชวนส่ายหน้า “ถ้าเลือกผิด ผลที่ตามมาคงคาดเดาไม่ได้”
“เฉียวเฉียว?” เซี่ยถิงหลานสังเกตเห็นว่าสีเฉียวเงียบไป
ตอนนี้เธอกำลังหลับตา คิ้วขมวดแน่น
ระบบเอ่ยขึ้น “จริงด้วย โฮสต์มีพลังมิติ เธอน่าจะสัมผัสถึงความแตกต่างได้”
พอได้ยินระบบพูด เซี่ยถิงหลานกับเจียงหลินชวนก็รีบเข้ามาคุ้มกันสีเฉียวทันที ไม่มีใครเร่งเธอ
“ฉันเหมือนจะ...สัมผัสถึงห้องพวกนี้ได้” ความรู้สึกประหลาดนั้น สีเฉียวเองก็อธิบายไม่ถูก
เซี่ยถิงหลานถามตรง ๆ “หาได้ไหมว่าห้องไหนเป็นของจริง?”
“ฉันกำลังลองอยู่”
สีเฉียวเดินตามแรงดึงประหลาดเพียงนิดเดียวไปข้างหน้า เมื่อผ่านประตูบานแรก เธอส่ายหน้า บานที่สองกับบานที่สามก็ไม่ใช่เช่นกัน
หลังประตูเหล่านั้นไม่มีมิติที่สมบูรณ์ มีเพียงเงาซ้อนทับกันเป็นชั้น ๆ
เมื่อเดินมาถึงประตูบานที่สี่ทางด้านขวา สีเฉียวก็หยุด
“ตรงนี้แหละ” สีเฉียวลืมตา ยื่นมือชี้ไปยังประตูตรงหน้าอย่างมั่นใจ
เซี่ยถิงหลานไม่สงสัยแม้แต่น้อย เขายกเท้าถีบเข้าใส่ทันที
แต่ประตูกลับไม่พัง เขาขมวดคิ้ว ตอนนี้ตัวเองมีพละกำลังมากแค่ไหน เขารู้ดี
