ต้องเป็นเพราะเมื่อครู่น้าพูดอยู่ตลอดว่าเจอผู้ชายดี ๆ แล้วก็ต้องรีบคว้าไว้แน่ ๆ
แถมยังมีคำพูดของถังเยว่เมื่อคืนที่ว่า “ตอนสาว ๆ อย่าไปเจอคนที่โดดเด่นเกินไป” อีก
เธอโดนพวกนั้นชักจูงจนเขวแล้ว
ใช่ ต้องเป็นแบบนั้นแน่!
เซี่ยถิงหลานเดินมาถึงตรงหน้าแล้ว
สีเฉียวเดินเข้าไปหา ก่อนแนะนำว่า “พ่อคะ แม่คะ นี่คือ...เซี่ยถิงหลานค่ะ”
เดิมทีเธอตั้งใจจะบอกว่าเป็นเพื่อนร่วมงาน แต่คำพูดวนอยู่ในปากรอบหนึ่ง สุดท้ายกลับกลืนลงคอไปอย่างไม่มีเหตุผล
“สวัสดีครับคุณลุง คุณน้า ผมกับเฉียวเฉียวทำงานที่เดียวกัน พอดีผ่านมาทางนี้เลยแวะรับเธอกลับไปด้วยครับ” เซี่ยถิงหลานยิ้มทักทายพ่อแม่ตระกูลสี น้ำเสียงสุภาพอ่อนโยน
สีเฉียวยังอดมองเขาอยู่หลายครั้งไม่ได้
สีเหวินหย่วนยิ้มพลางกล่าว “สวัสดี คุณเซี่ย รบกวนคุณแล้วจริง ๆ”
“ไม่รบกวนครับ” เซี่ยถิงหลานเหลือบมองสีเฉียว “ที่จริงผมกับเฉียวเฉียวเป็นเพื่อนร่วมโรงเรียนสมัยมัธยมด้วย คุณลุงไม่ต้องเกรงใจ เรียกผมว่าเสี่ยวเซี่ยก็ได้ครับ”
“ได้ งั้นลุงเรียกเธอว่าเสี่ยวเซี่ยแล้วกัน”
เซี่ยถิงหลานยิ้มพลางพยักหน้า
หลินฮุ่ยฟางยิ้มแล้วพูดว่า “ระหว่างทางฝากดูแลเฉียวเฉียวด้วยนะ คงต้องแวะกลับบ้านไปเอาของก่อน”
เซี่ยถิงหลานไม่ได้สวมเครื่องแบบทหาร มีเพียงเสื้อเชิ้ตสีดำกับกางเกงขายาวเรียบ ๆ แผ่นหลังกว้างตั้งตรง สีหน้าดูสุขุมเหมือนเคย แต่ยามสายตาตกลงบนตัวสีเฉียว ความเย็นชาระหว่างคิ้วกลับจางลง
หลินฮุ่ยฉินมองเขาที มองสีเฉียวที พลันรู้สึกว่าเขาก็เป็นตัวเลือกที่ดีไม่ใช่หรือ
