ตอนนี้สีเฉียวหมดแรงไปจริง ๆ แล้ว
“ระบบ ทำไมมิติของฉันถึงไม่มีพลังโจมตีเลย!”
“ตอนนี้ยังมีเวลามาบ่นเรื่องนี้อีกเหรอ?”
ฝ่ามือของสีเฉียวชุ่มไปด้วยเหงื่อ ตอนรับมือกับการโจมตีครั้งถัดไป กระบองช็อตไฟฟ้าก็หลุดมือ
หญิงคนนั้นคว้าข้อมือเธอไว้ทันที สีเฉียวยกขาเตะเข้าที่ท้องน้อยของอีกฝ่าย แต่หญิงคนนั้นเอียงตัวหลบได้ก่อน แล้วใช้มืออีกข้างบีบคอสีเฉียว นิ้วทั้งห้าค่อย ๆ ออกแรงรัดแน่นขึ้น
จังหวะนั้นเอง มีวัตถุชิ้นหนึ่งพุ่งมา กระแทกจนศีรษะหญิงคนนั้นเบี้ยวไป การเคลื่อนไหวชะงักลงชั่วขณะ
สีเฉียวฉวยโอกาสสะบัดหลุด ถอยฉากออกมาอย่างรวดเร็ว หางตาเหลือบเห็นว่าสิ่งที่พุ่งมาเมื่อครู่น่าจะเป็นไมโครโฟน
เธอเงยหน้ามองไปทางประตู
เด็กสาวในชุดนักเรียนคนหนึ่งยืนอยู่ด้านนอก
ผมหางม้าของเธอหลุดลุ่ย ใบหน้าเรียวสวยเปื้อนเลือด น้ำตาเลือดสองสายไหลจากหางตาลงมาจนถึงคาง มือยังกำสายสีดำที่ขาดออกเป็นท่อนเอาไว้แน่น
“เถา... เถาหนิง?”
ระบบจำได้เช่นกัน “เธอจริง ๆ ด้วย!”
“ทำไม... ทำไมเธอถึงมีสภาพแบบนี้!” เสียงของสีเฉียวสั่นพร่า
ก่อนที่สีเฉียวจะทันตั้งตัว เถาหนิงก็พุ่งเข้าใส่ครูแนะแนว
สายสีดำพันรอบคอหญิงคนนั้น เถาหนิงออกแรงกระชากไปด้านหลัง ลากอีกฝ่ายออกจากหน้าห้องทดลอง
หญิงคนนั้นคว้าผมเถาหนิงไว้ แล้วกระแทกเธอเข้ากับกำแพงอย่างแรง
ปัง!
หน้าผากของเถาหนิงแตกเป็นแผลทันที
แต่เธอไม่ยอมปล่อยมือ
สายสีดำรัดแน่นขึ้นเรื่อย ๆ เลือดก็เริ่มไหลออกจากปากไม่หยุด
“เธอกำลังช่วยฉันเหรอ?” สีเฉียวทั้งกลัวทั้งไม่อยากเชื่อ
