ผ่านไปครู่ใหญ่ สีเฉียวถึงค่อยหันไปมองเซี่ยถิงหลาน มุ่ยปากแล้วพูดอย่างน้อยใจว่า “ฉันนี่มันมือใหม่หัดเล่นชัด ๆ”
เซี่ยถิงหลานเกือบหลุดหัวเราะกับท่าทางน่าเอ็นดูของเธอ แต่ก็กลัวเธอจะไม่พอใจ จึงรีบกระแอมกลบเกลื่อน
“ไม่เป็นไร อาหารพวกนี้ช่วยเพิ่มค่าสถานะได้ไม่ใช่เหรอ ยังไงก็ต้องเพิ่มขึ้นได้แน่”
“อื้ม ๆ” สีเฉียวพยักหน้าแรง ๆ ตอนนี้เธอรู้สึกปรารถนาอย่างแรงกล้า “พวกเราต้องพยายามให้เต็มที่ เพื่อให้ได้คะแนนสูงขึ้น”
“ได้” เซี่ยถิงหลานให้ความร่วมมือ ยกมือแตะกับเธอ “กินข้าวเสร็จแล้ว ผมจะลองทำอาหารอย่างอื่นดู คิดในแง่ดีสิ นี่เป็นการออกกำลังกายแบบไม่เจ็บตัว แถมไม่มีใครเห็นผลเร็วเท่าคุณด้วย”
ดวงตาสีเฉียวเป็นประกาย เธอคิดว่าเซี่ยถิงหลานพูดไม่ผิด แต่แล้วก็นึกถึงปัญหาอีกข้อขึ้นมา
“จะกินไม่ไหวหรือเปล่า” สีเฉียวลูบท้อง ไม่ค่อยมั่นใจในปริมาณที่ตัวเองกินได้
“ไม่ต้องห่วง ผมจะทำปริมาณน้อยหน่อย” เซี่ยถิงหลานยิ้ม เสียงทุ้มต่ำ
สีเฉียวหน้าแดงที่ใบหูอย่างไม่เอาไหนอีกครั้ง แล้วยกมือขึ้นแตะ “ก็ได้”
“อาหารต่างชนิด สูตรต่างกัน และคุณภาพต่างกัน อาจให้ผลครั้งแรกไม่เหมือนกัน” ระบบเห็นด้วยกับความคิดของเซี่ยถิงหลาน “โฮสต์ พวกคุณทำอาหารเพิ่มได้จริง ๆ จะได้เพิ่มค่าสถานะกันอีก ต่อให้สุดท้ายไม่ได้คะแนนสูงสุด อย่างน้อยก็ยังเก็บค่าสถานะไว้ได้ไม่น้อย”
ระบบพูดต่อเพื่อแสดงความจริงใจในฐานะผู้ร่วมมือ “ทำอาหารเสร็จแล้วก็เก็บไว้ในมิติได้เหมือนกัน แต่พอกลับไปโลกของพวกคุณแล้ว ผลการเพิ่มค่าสถานะอย่างถาวรจะยังอยู่หรือเปล่า หรือจะเหลือเท่าไรก็ไม่แน่ใจ แน่นอนว่าคุณสมบัติพื้นฐานยังคงอยู่”
สีเฉียวเข้าใจในทันที
คนมากมายในเกมหมกมุ่นกับการทำอาหาร ไม่ใช่เพราะพวกเขาตะกละ
พวกเขาแค่ชอบพัฒนาตัวเอง
“มีคุณสมบัติพื้นฐานอะไรบ้าง”
“ระบบไม่รู้หรอก โฮสต์ต้องลองค้นหาด้วยตัวเอง ปลูกผักให้เยอะ ทำอาหารให้มาก ระบบเชื่อในตัวพวกคุณนะ”
สีเฉียวกลอกตาใส่อย่างไม่สบอารมณ์ “พวกเราทำคะแนนได้สูง นายก็ได้ประโยชน์ด้วยไม่ใช่เหรอ”
