เขาหยิบโดรนออกมา บังคับให้บินสูงขึ้น ก่อนติดตามทิศทางที่ฝูงหนูเคลื่อนตัวไป ภาพที่ส่งกลับมาเผยให้เห็นสัตว์อสูรหนูสีน้ำตาลเทากลุ่มหนึ่งข้ามสันหินตรงปากหุบเขาไปแล้ว
ข้างหลังยังมีอีก
ตัวแล้วตัวเล่า พวกมันมุดเข้าไปในพงหญ้า ก่อนกระจายตัวไปตามไหล่เขา
แก้วน้ำในมือสีเฉียวค่อย ๆ ลดลง
“พวกมันจะวิ่งออกไปนอกป่าหลังสันดำหรือเปล่า?”
ไม่มีใครตอบ
บนหน้าจอ สัตว์ป่าตัวหนึ่งที่ซ่อนอยู่ในพุ่มไม้ถูกทำให้ตกใจจนวิ่งออกมา เพิ่งวิ่งไปได้ไม่กี่ก้าว สัตว์อสูรหนูที่ไล่ตามมาก็กระโจนงับขาหลังของมัน เงาสีเทาจำนวนมากกรูกันเข้าไป ไม่นานก็กลบจนมองไม่เห็นแม้แต่ร่างของมัน
สีหน้าผ่อนคลายของหลัวจิ่งหายไป
“ถ้าพวกมันวิ่งไปถึงเผ่า...”
สีเฉียวนึกถึงลั่วฝูกับดั่วลี่
รวมถึงพวกเด็ก ๆ ที่รอให้เฉินเย่มาสอนทุกวัน
พวกเธอมีบ้านนิรภัย แต่เฮ่อเหมิงกับคนอื่นไม่มี แล้วยังมีเผ่าหินชาดอีก
สีเฉียวมองฝูงหนูที่ยังคงพุ่งออกจากหุบเขา แววตาค่อย ๆ แน่วแน่ขึ้น
พวกเขาเป็นต้นเหตุให้ฝูงหนูแตกตื่น จะปล่อยให้เผ่าที่อยู่นอกป่าหลังสันดำต้องเดือดร้อนไม่ได้
เซี่ยถิงหลานขยายภาพจากโดรน แล้วชี้ไปยังจุดที่ฝูงหนูแยกออกเป็นหลายสาย
“ต้องหยุดพวกมันไว้ ถ้ากระจายออกไปไกลกว่านี้ เรื่องจะยุ่งแน่”
“ฉันลงไปขวางสักพักไหม?” หานเฉิงเยว่ยกดาบขึ้น
“อย่าเพิ่ง” เซี่ยถิงหลานส่ายหน้า “มีเยอะเกินไป พวกเราไม่กี่คนขวางไม่อยู่หรอก”
สีเฉียวขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่
“สัตว์อสูรหนูตัวเดียวไม่ได้แข็งแกร่ง ฆ่าก็ไม่ยาก แต่พวกมันมากันไม่ขาด ต่อให้พวกเราใช้พลังพิเศษจนหมด ก็ฆ่าไม่หมดอยู่ดี”
