สีเฉียวก้าวตามไปข้างหน้าอีกก้าว
มีคนข้างสนามตะโกนจนเสียงแตก แล้วก็หัวเราะออกมาเอง สีเฉียวหัวเราะตามไปด้วย
ทั้งที่เป็นแค่การแข่งขันบาสเกตบอลที่ไม่มีแม้แต่รางวัล คนในสนามกลับจริงจังกันสุด ๆ ไม่มีใครยอมปล่อยให้ลูกตกพื้นต่อหน้าต่อตา
ไม่แปลกเลยที่นิยายวัยเรียนมักชอบเขียนถึงสนามกีฬา
แสงแดด เสียงโห่ร้อง และเด็กหนุ่มกลุ่มหนึ่งที่พร้อมทุ่มสุดตัวเพื่อคะแนนเดียว ภาพแบบนี้ชวนให้จดจำได้จริง ๆ
เซี่ยถิงหลานไม่ได้แย่งซีน ส่วนใหญ่ทำหน้าที่คอยรับส่งลูก เขาจงใจลดความเร็วและแรงลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ตำแหน่งยืน การอ่านเกม และจังหวะเข้าทำก็ทำให้ฝ่ายตรงข้ามประมาทไม่ได้ ถึงกับมีคนสองคนเข้ามาประกบเขาโดยตรง แต่เขาก็ยังรับลูกผ่านช่องว่างมาได้
ยิ่งมอง สีเฉียวก็ยิ่งนึกถึงการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศสมัยมัธยมขึ้นมา
ตอนนั้นเซี่ยถิงหลานก็เป็นแบบนี้ ปกติดูเย็นชา แต่พอขึ้นสนามกลับเปล่งประกายไปทั้งตัว
เธอหันสายตาไปทางเซี่ยถิงหลาน
เขาไม่ได้ใช้สภาพร่างกายในปัจจุบันเอาเปรียบนักเรียนมัธยมปลาย อาศัยเพียงจังหวะและประสบการณ์หลอกล่อคู่แข่ง เสื้อกล้ามหมายเลขเจ็ดในร่างเด็กหนุ่ม เสียงรองเท้าบาสเสียดสีกับพื้น ภาพตรงหน้าค่อย ๆ ซ้อนทับกับการแข่งขันรอบชิงเมื่อหลายปีก่อน
สีเฉียวยังจำได้ว่าตอนนั้นทำไมเธอถึงวาดลูกนั้นลงไป
ช่วงสิบกว่าวินาทีสุดท้าย ทั้งสนามลุกขึ้นยืน เด็กหนุ่มไม่ยอมแพ้ ไล่ตามเวลาเฮือกสุดท้ายพุ่งไปข้างหน้า แม้แต่คนบนอัฒจันทร์ก็พลอยเลือดร้อนตามไปด้วย
