เหตุผลที่เจ้าของร่างเดิมถูกใจฉินซิวหย่วน ข้อหนึ่งก็เพราะเขาเป็นคนที่มีอนาคตไกลที่สุดในละแวกสิบลี้แปดหมู่บ้าน
อีกข้อหนึ่งคือพ่อแม่ของฉินซิวหย่วนเป็นคนดี
เธอคิดแบบนี้ พ่อแม่เป็นสิ่งที่เธอเลือกไม่ได้ แต่สามีเธอเลือกเองได้
การเลือกของเจ้าของร่างเดิมก็ไม่ได้ผิดอะไร
ตลอดสองปีที่แต่งงานกัน เธอใช้ชีวิตอย่างสบายใจมาก
แม้ฉินซิวหย่วนจะกลับไปประจำการที่กองทัพหลังแต่งงานได้ไม่นาน แต่ทุกเดือนเขาก็ส่งเงินเดือนกลับมาให้เธอ
ถึงจะคลอดลูกแล้ว เงินเดือนของฉินซิวหย่วนก็ยังเลี้ยงดูแม่ลูกได้อย่างเหลือเฟือ
ชีวิตของเธอจึงสุขสบายไม่น้อย
เธอกับแม่สามีและพี่สะใภ้น้องสะใภ้ก็ไม่มีเรื่องบาดหมางกัน
หากไม่มีคนตระกูลหลี เธอคิดว่าเจ้าของร่างเดิมคงใช้ชีวิตอย่างสุขสบายเช่นนี้ต่อไปได้เรื่อย ๆ
เพราะพระเอกเป็นคนดีมาก ขณะที่มีภรรยาอยู่แล้ว เขาก็ไม่เคยสนใจผู้หญิงคนอื่นเลย
ในนิยายต้นฉบับ นางเอกต้องพยายามอย่างหนักกว่าพระเอกจะยอมแต่งงานด้วย
จากความทรงจำเกี่ยวกับช่วงเวลาที่ทั้งคู่ใช้ร่วมกัน หลีชิงเหยียนเองก็คิดว่าพระเอกเป็นคนไม่เลว
แม้พระเอกจะเป็นทหารอยู่ข้างนอก แต่ทุกครั้งที่กลับบ้าน เจ้าของร่างเดิมก็แค่ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย ไม่ต้องทำอะไรเลย
ทั้งคู่แต่งงานกันมาสองปี แต่ได้อยู่ด้วยกันไม่ถึงสองเดือน
นอกจากตอนแต่งงานแล้ว ฉินซิวหย่วนก็กลับมาตอนเสี่ยวโร่วเปาเกิดด้วย
โดยรวมแล้ว ฉินซิวหย่วนเป็นผู้ชายที่ไม่เลวเลย
ชาติที่แล้ว หลีชิงเหยียนเอาแต่เก็บเงินซื้อบ้าน จึงยังไม่เคยมีแฟน
ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากมี แต่พอเห็นเรื่องผู้ชายเฮงซวยที่คนโพสต์ลงอินเทอร์เน็ต เธอก็เริ่มกลัว
เธออยากหาคนที่ใช้ชีวิตร่วมกันจนแก่เฒ่า ไม่ใช่แบ่งผู้ชายกับผู้หญิงคนอื่น
ในเมื่อฉินซิวหย่วนเป็นผู้ชายที่ดี เธอก็จะใช้ชีวิตกับเขาต่อไป เลี้ยงเสี่ยวโร่วเปาให้เติบโต
เมื่อตัดสินใจแน่วแน่แล้ว เธอก็รู้ว่าควรปฏิบัติต่อฉินซิวหย่วนอย่างไร
ส่วนเรื่องนางเอก อย่าว่าแต่ตอนนี้นางเอกในนิยายต้นฉบับยังไม่ได้เกิดใหม่เลย ต่อให้เกิดใหม่แล้ว เธอก็ไม่กลัว
กล้าดีอย่างไรมาคิดแย่งผู้ชายของเธอ ก็ลองดูสิ!
……
แต่เรื่องนั้นเป็นเรื่องในอนาคต
ตอนนี้เธอยังมีเรื่องสำคัญต้องทำ
“แม่คะ หนูอยากแจ้งความ!”
แม้น้ำเสียงของหลีชิงเหยียนจะอ่อนแรงอยู่บ้าง แต่ก็หนักแน่นมาก
จ้าวอวิ๋นเซียงเองก็โกรธกับเรื่องที่เกิดขึ้น ครั้นได้ยินจางเหมยฮวาเพื่อนสนิทเล่าว่าเห็นแม่กับน้องชายของสะใภ้สี่มาหาถึงบ้าน ท่าทางไม่เป็นมิตร เธอก็รีบเรียกคนในบ้านให้ไปบ้านของสะใภ้สี่ทันที
แต่พวกเขาก็ยังไปช้าเกินไป พอถึงบ้านสะใภ้สี่ ชิงเหยียนก็ได้รับบาดเจ็บแล้ว
“ชิงเหยียน คิดดีแล้วหรือ? ยังไงหลีเย่าจู่ก็เป็นน้องชายคนเดียวของลูกนะ”
แม่ฉินคลอดลูกมาหลายคน แต่มีเพียงสามคนที่รอดชีวิต ส่วนลูกคนอื่น ๆ เป็นผู้หญิงทั้งหมด และถูกทำให้จมน้ำตายตั้งแต่แรกเกิด
ตอนแรกพอได้ยินลูกชายบอกว่าจะแต่งงานกับลูกสาวตระกูลหลี เธอไม่ค่อยเต็มใจนัก จนกระทั่งได้พบชิงเหยียน เธอถึงยอมรับการแต่งงานของทั้งคู่
ฉินซิวจื้อเองก็ประหลาดใจกับคำพูดของสะใภ้สี่ไม่น้อย
แม้สะใภ้สี่จะเซ็นหนังสือตัดขาดความสัมพันธ์กับบ้านเดิมแล้ว แต่ตระกูลหลีก็ยังเป็นครอบครัวเดิมของเธอ หากแจ้งความครั้งนี้ ความสัมพันธ์กับบ้านเดิมก็ขาดสะบั้นจริง ๆ
“แม่คะ หนูคิดดีแล้ว หนูจะไปแจ้งความ หนูจะให้หลีเย่าจู่ติดคุก”
แววตาของหลีชิงเหยียนฉายความมุ่งมั่น
ตอนเด็ก ๆ เจ้าของร่างเดิมเคยสงสัยว่าตัวเองไม่ใช่ลูกของตระกูลหลี เพราะเธอกับหลีเย่าจู่เป็นฝาแฝดชายหญิง
แต่หน้าตาของเธอกลับไม่เหมือนหลีเหล่าเกินหรือแม่หลีเลยสักคน
ตระกูลหลีมีลูกทั้งหมด 3 คน เธอมีพี่สาวคนโตอีกคนชื่อหลีชิงเจียว
หลีชิงเจียวก็เป็นผู้หญิง แถมยังเป็นพี่สาวคนโต แต่สถานการณ์ของหลีชิงเจียวในบ้านดีกว่าเธอมาก
เพื่อให้ได้เรียนหนังสือ เธอต้องรับผิดชอบทั้งซักผ้า ทำอาหาร และงานบ้านทุกอย่าง
หลีชิงเจียวไม่ต้องทำงานพวกนั้น หลีเหล่าเกินกับคนอื่น ๆ ก็เต็มใจส่งเสียให้เรียน หากหลีชิงเจียวเรียนเก่งกว่านี้และสอบเข้าโรงเรียนมัธยมปลายได้ พวกเขาคงส่งเสียให้เรียนต่อแน่นอน
เพราะหลีชิงเจียวเข้าโรงเรียนมัธยมปลายไม่ได้ คนตระกูลหลีจึงไม่ยอมให้เธอเรียนต่อ!
หลีชิงเจียวกับเจ้าของร่างเดิมไม่ถูกกันมาตั้งแต่เด็ก ทั้งยังชอบรังแกเธอ โชคดีที่เจ้าของร่างเดิมไม่ใช่คนยอมให้ใครรังแกง่าย ๆ ทุกครั้งจึงเอาคืนเสมอ
ทุกครั้งที่สองพี่น้องทะเลาะกัน หลีเหล่าเกินมักจะโทษเจ้าของร่างเดิม แต่ไม่กล้าตีเธอ เพราะเจ้าของร่างเดิมกล้าสู้สุดตัว ถึงขั้นก่อเรื่องให้คนทั้งหมู่บ้านรู้ได้
จากเรื่องราวต่าง ๆ ในอดีต หลีชิงเหยียนคิดว่าเจ้าของร่างเดิมอาจไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของหลีเหล่าเกินกับหวังกุ้ยฮวาจริง ๆ
แต่เธอไม่รู้ว่าทำไมหลีเหล่าเกินถึงดูเกรงใจเจ้าของร่างเดิมอยู่บ้าง
ถ้าผู้ชายตัวโตอย่างหลีเหล่าเกินคิดจะฆ่าเจ้าของร่างเดิมจริง ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร แต่เขากลับไม่ลงมือ
หลีเหล่าเกินไม่ใช่ชาวนาซื่อ ๆ เธอรู้สึกว่าเขามีอะไรแปลก ๆ แต่ก็บอกไม่ถูกว่าแปลกตรงไหน
……
เมื่อเห็นหลีชิงเหยียนยืนกราน จ้าวอวิ๋นเซียงก็ไม่เกลี้ยกล่อมอีก หันไปพูดกับฉินซิวจื้อว่า “เจ้าสาม ในเมื่อสะใภ้สี่อยากแจ้งความ งั้นลูกไปสถานีตำรวจสักเที่ยวเถอะ!”
ฉินซิวจื้อพยักหน้าแล้วออกไป
“ชิงเหยียน เสี่ยวโร่วเปาให้สะใภ้สามช่วยดูแลก่อนนะ ไม่ต้องห่วง พอออกจากโรงพยาบาลแล้วลูกไปอยู่บ้านเก่ากับแม่ก่อนก็ได้ รอหายดีแล้วค่อยย้ายกลับไป!”
บนใบหน้าซีดเซียวของหลีชิงเหยียนมีรอยยิ้มบาง ๆ “แม่คะ เมื่อกี้แม่ก็ได้ยินที่หมอพูดแล้ว หนูไม่เป็นไรแล้ว อีกอย่างบ้านหนูก็อยู่ติดกัน พักอยู่ที่บ้านเก่าก็ไม่ได้ต่างกันสักเท่าไรค่ะ”
ครอบครัวฉินแยกบ้านกันแล้ว แต่เพราะที่ดินปลูกบ้านได้รับอนุมัติไว้นานแล้ว หลังพี่น้องตระกูลฉินแต่งงาน ต่างก็สร้างบ้านใหม่ติดกับบ้านเก่า!
เหตุผลหลักที่หลีชิงเหยียนปฏิเสธอย่างสุภาพ จริง ๆ แล้วเป็นเพราะเธอไม่ชอบไปอาศัยบ้านคนอื่น
เธอรู้สึกว่าอยู่แบบนั้นไม่เป็นตัวของตัวเอง!
เธอแค่เสียเลือดมากไปหน่อย พักฟื้นและบำรุงเลือดก็หายแล้ว ทั้งยังไม่เวียนหัวหรือสมองกระทบกระเทือน ขอแค่พักผ่อนให้ดีก็พอ!
จ้าวอวิ๋นเซียงคิดแล้วก็เห็นด้วย บ้านของลูกสะใภ้อยู่ติดกัน หากมีเรื่องอะไรเรียกกันได้ทันที จึงไม่ฝืนใจเธออีก
******
อำเภออวิ๋นไม่ใหญ่ ฉินซิวจื้อออกจากโรงพยาบาลประชาชนแล้วเดินไปไม่ไกลก็ถึงสถานีตำรวจอำเภออวิ๋น
“คุณตำรวจครับ ผมต้องการแจ้งความ”
ผู้ที่รับเรื่องฉินซิวจื้อคือเจ้าหน้าที่ตำรวจหลิว เมื่อฟังฉินซิวจื้อเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดจบ เขาก็พาลูกน้องหลายคนไปโรงพยาบาลประชาชนทันที
ที่ห้องผู้ป่วยในโรงพยาบาลประชาชนอำเภออวิ๋น เจ้าหน้าที่ตำรวจหลิวได้พบกับผู้เสียหายหลีชิงเหยียน
เมื่อเห็นหญิงสาววัยเยาว์ใบหน้าซีดขาวและมีผ้าพันแผลพันอยู่บนศีรษะ เขาก็รู้ว่าหมอเซวียไม่ได้พูดเกินจริงเลยแม้แต่น้อย
หลังมาถึงโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจหลิวไม่ได้ไปพบผู้เสียหายทันที แต่ไปพบหมอเซวียก่อน เพื่อสอบถามอาการของหลีชิงเหยียนอย่างละเอียด
“สหายหลี ผมเข้าใจอาการของคุณจากหมอเซวียแล้ว อยากยืนยันกับคุณอีกครั้งว่า คุณต้องการแจ้งความจริง ๆ ใช่ไหม?”
เรื่องที่หลีชิงเหยียนได้รับบาดเจ็บอาจเป็นเรื่องใหญ่หรือเล็กก็ได้ หากมองว่าเป็นเรื่องเล็ก ก็อาจเรียกว่าเรื่องในครอบครัว เพราะคนที่ลงมือทำร้ายผู้บาดเจ็บคือน้องชายแท้ ๆ ของเธอ
หากชาวบ้านไม่ร้องทุกข์ เจ้าหน้าที่ก็ไม่อาจจัดการได้ หากเรื่องไม่มาถึงพวกเขา พวกเขาก็ไม่สะดวกเข้าไปยุ่งจริง ๆ
เจ้าหน้าที่ตำรวจหลิวเป็นตำรวจเก่าที่พบเจอเรื่องราวสารพัดมามาก
ไม่ใช่ไม่เคยมีคนมาแจ้งความแล้วกลับมาร้องไห้ขอถอนแจ้งความที่สถานีตำรวจ
หลีชิงเหยียนตอบอย่างหนักแน่นว่า “คุณตำรวจคะ ถึงในนามหลีเย่าจู่จะเป็นน้องชายแท้ ๆ ของหนู แต่ตอนแต่งงานหนูเซ็นหนังสือตัดขาดความสัมพันธ์กับบ้านเดิมแล้ว พวกหลีเย่าจู่ไม่สนใจทั้งหนังสือตัดขาดความสัมพันธ์และสายเลือด ลงมือทำร้ายหนูถึงขั้นเอาชีวิต หนูจะปล่อยเรื่องนี้ไปเฉย ๆ ไม่ได้ หลีเย่าจู่ตั้งใจฆ่าคนค่ะ”
