ซูหนัวหานหันไปกวาดตามองชายต่างชาติทั้งสองคนแวบหนึ่ง ก่อนจะยืนตรงทำความเคารพโดยไม่รู้ตัว น้ำเสียงดังกังวาน “ขอให้ท่านหัวหน้าวางใจ รับรองว่าจะปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จ!”
เธอยืนตัวตรงสง่างาม เปี่ยมไปด้วยบารมีของทหารที่ดูเป็นธรรมชาติราวกับติดตัวมาแต่กำเนิด
นายทหารวัยกลางคนชะงักไปกับการทำความเคารพอย่างเป็นระเบียบและบารมีที่พลันแผ่ออกมาของเธอ คิ้วขมวดเล็กน้อย สีหน้าเจือแววสงสัย
แต่ไม่นานนัก เขาก็หัวเราะเสียงดังอย่างเปิดเผย “ฮ่าฮ่าฮ่า! สหายซูหนัวหาน ไม่คิดเลยว่าสาวน้อยอย่างคุณจะมีจิตวิญญาณของทหารแรงกล้าถึงเพียงนี้!
ถ้าไม่รู้ว่าคุณเป็นเยาวชนปัญญาชนที่ลงชนบท ฉันคงนึกว่าคุณเป็นกำลังสำคัญที่ย้ายมาจากเขตทหารแห่งไหนสักแห่งเสียอีก”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซูหนัวหานถึงเพิ่งรู้ตัวว่าการแสดงออกเมื่อครู่ของตัวเองดูสะดุดตาเกินไปหน่อย
แก้มเธอร้อนผ่าว ยิ้มเจื่อน ๆ “เอ่อ...ฉันน่ะเลื่อมใสพวกทหารจากใจจริง พอตื่นเต้นก็เลย...”
นายทหารวัยกลางคนโบกมือ ดูเหมือนไม่คิดจะซักไซ้ให้มากความ ก่อนพยักหน้าอย่างชื่นชม “วางใจเถอะ พอเรื่องนี้คลี่คลายลงอย่างเรียบร้อย ฉันจะยื่นเรื่องขอรางวัลเชิดชูเกียรติให้คุณแน่นอน”
“ท่านหัวหน้าชมเกินไปแล้ว” ซูหนัวหานรีบโบกมือ น้ำเสียงจริงใจ “การปกป้องบ้านเมืองเป็นหน้าที่ของทุกคน ฉันแค่ทำสิ่งที่ประชาชนชาติหัวควรทำเท่านั้น”
เมื่อได้ยินดังนั้น สายตาที่นายทหารวัยกลางคนมองเธอก็ยิ่งชื่นชมขึ้น จากนั้นจึงหันไปสั่งนายทหารสองสามคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “พาสองคนนี้ลงไป”
“รับทราบ!” นายทหารหลายคนขานรับพร้อมกัน ก่อนก้าวเข้าไปควบคุมตัวอย่างคล่องแคล่ว
จากนั้นไม่นาน
