ทางนี้
ฟู่เฉิงเหยียนได้ยินคำพูดของฟู่เว่ย์กั๋วแล้วถอนหายใจ ก่อนเอ่ยถามว่า “แม่ยังไม่รู้ใช่ไหม?”
ฟู่เว่ย์กั๋วส่ายหน้า “เธอยังไม่รู้”
“งั้นก็ดีแล้ว” ฟู่เฉิงเหยียนพยักหน้ารับ
“เธอยังไม่ได้บอกเลยว่าคุณปู่เป็นอย่างไรบ้าง?” ฟู่เว่ย์กั๋วถามย้ำเรื่องเดิม
ฟู่เฉิงเหยียนกำลังจะตอบ
จังหวะนั้นเอง
ฟู่เว่ย์กั๋วเหลือบเห็นซูหนัวหานที่อยู่ข้าง ๆ
ตอนแรกเขาชะงักไป ก่อนจะนึกขึ้นได้ทันที ยกมือตบหน้าผากตัวเอง แล้วชี้ไปทางซูหนัวหานพลางหัวเราะเสียงดัง “สหายตัวน้อย เป็นเธอนี่เอง!”
ซูหนัวหานเห็นว่าเขาจำเธอได้เช่นกัน จึงยิ้มบาง ๆ แล้วทักทายอย่างสุภาพ “สวัสดีค่ะ ท่านผู้นำ”
“ดี ดี ดีเลย! ไม่นึกเลยว่าหลังจากแยกกันอย่างรีบร้อนบนรถไฟ คราวนี้จะได้มาเจอกันที่นี่” ฟู่เว่ย์กั๋วพูดยิ้ม ๆ
ฟู่เฉิงเหยียนเห็นดังนั้นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนถามด้วยความสงสัย “พ่อรู้จักสหายซูด้วยหรือครับ?”
ฟู่เว่ย์กั๋วเหลือบมองฟู่เฉิงเหยียนอย่างมีนัย ก่อนหันไปทางซูหนัวหาน ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มเอ็นดู “จะไม่รู้จักได้อย่างไร? คราวก่อนบนรถไฟ ต้องขอบคุณเธอที่ช่วยพวกเราไว้ พวกเราถึงได้รับข่าวกรองสำคัญทันเวลา”
ฟู่เฉิงเหยียนฟังแล้วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “พ่อครับ หรือว่าสหายซูคือ...สหายหญิงที่เชี่ยวชาญภาษาเยอรมัน ซึ่งพ่อเคยพูดถึงคราวก่อน?”
ฟู่เว่ย์กั๋วพยักหน้า “ไม่ผิด เธอนั่นแหละ”
เมื่อได้ยินดังนั้น
ฟู่เฉิงเหยียนก็ปิดบังความตกใจไว้ไม่มิด
ผู้หญิงคนนี้ช่างลึกลับจริง ๆ ไม่เพียงมีฝีมือการแพทย์ยอดเยี่ยม ยังเก่งกาจไม่ธรรมดา แถมตอนนี้ยังเชี่ยวชาญภาษาเยอรมันอีก
