ป่วนฉี่สิบหก วันที่ยี่สิบห้า เดือนเจ็ด ตามปฏิทินจันทรคติ
เรือนชั้นในของเรือนแห่งตระกูลอิงกั๋วกง
แม้จะเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงแล้ว แต่แสงแดดยามเที่ยงยังคงแผดจ้า บ่าวไพร่เดินสวนกันไปมาตามระเบียงเป็นกลุ่มเล็กกลุ่มน้อย
ภายในห้องของเรือนนี้ยวนกวน กู้ชิงเจาสะดุ้งตื่นจากฝันร้าย พร้อมร้องลั่นว่า “อย่า...”
ยามลุกขึ้นนั่ง ร่างกายของนางชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อเย็น มือที่กำชายผ้าห่มแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ราวกับจะปริแตก
สาวใช้เช่งหลิวรีบเข้ามาเลิกม่านเตียง แล้วประคองไหล่ของกู้ชิงเจาเบา ๆ “คุณหนู เป็นอะไรไปเจ้าคะ”
กู้ชิงเจาลืมตาขึ้นก็เห็นเช่งหลิว พลันนึกถึงความจริงเรื่องการตายของน้องชายที่เซียวหงส์ชวงเคยบอก
นางเงื้อมือขึ้นตบเช่งหลิวอย่างแรง
ถึงจะเป็นเพียงความฝัน นางก็ไม่อาจปล่อยคนที่ทำให้น้องชายต้องตายไปได้
เช่งหลิวถูกตบจนมึนงง คุณหนูสามเป็นคนอ่อนโยนมาโดยตลอด ไม่เคยลงโทษบ่าวไพร่ตามใจ วันนี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่
หรือว่าคุณหนูสามรู้อะไรเข้าแล้ว?
นางกำลังจะถาม ก็สบเข้ากับดวงตาคมกริบของกู้ชิงเจา ความเย็นชาเช่นนั้นไม่เคยปรากฏมาก่อน
เช่งหลิวคุกเข่าลงกับพื้นโดยไม่รู้ตัว “คุณหนูโปรดอภัยเจ้าค่ะ”
สาวใช้ชุนหลานไม่เข้าใจ แต่ก็ไม่ได้ช่วยขอความเมตตาให้เช่งหลิว กลับกล่าวว่า “คุณหนู ท่านกั๋วกงให้คนมาตามแล้วเจ้าค่ะ ขอให้ท่านนำเหล้ากระดูกเสือไปด้วย”
ผู้ที่ตามหลังชุนหลานมาคือกุ้ยจือ ในมือถือเสื้อผ้าหนึ่งชุด
เมื่อกู้ชิงเจาเห็นชุนหลาน ดวงตาก็เบิกกว้างขึ้นทันที
ชุนหลานเป็นคนที่ท่านลุงใหญ่มอบให้นาง ในเหตุการณ์กบฏเมื่อป่วนฉี่สิบแปด นางรับคมดาบแทนกู้ชิงเจา และสิ้นใจในอ้อมแขนของนาง
ตอนนี้กู้ชิงเจาจึงรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ นางก้มมองตนเอง มือและเท้ายังอยู่ครบ
อืม ลิ้นก็ยังอยู่ด้วย
นางกวาดตามองไปรอบห้อง บนโต๊ะที่อยู่ไม่ไกล เตาธูปทองม่วงรูปสัตว์มงคลขนาดเล็กกำลังปล่อยกลิ่นธูปเฉินสุ่ยออกมา
ปิ่นหยกอุ่นหน้าโต๊ะเครื่องแป้งเป็นของขวัญวันปักปิ่นที่พี่ชายลูกพี่ลูกน้องคนโตมอบให้นาง ภายหลังนางใช้ปิ่นนี้เป็นของแทนใจ ฝากคนส่งจดหมายไปให้พี่ชายลูกพี่ลูกน้องคนโต เพื่อขอให้ตระกูลเซียวสนับสนุนฉินจิ้งหมิง
กู้ชิงเจาสูดหายใจลึก นางเกิดใหม่แล้ว กลับมาเกิดในป่วนฉี่สิบหก
ดวงตากระจ่างใสของนางมองชุนหลาน หางตาพลันเอ่อชื้น
จากนั้นนางเหลือบมองเช่งหลิวที่คุกเข่าอยู่บนพื้น แล้วกล่าวเสียงเรียบว่า “ข้าฝันร้าย ฝันว่าเจ้าทรยศข้า ลุกขึ้นเถิด”
สีหน้าของเช่งหลิวแข็งค้างไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับเป็นปกติในพริบตา
“บ่าวเป็นคนของคุณหนูสาม ไม่กล้าทรยศคุณหนูสามหรอกเจ้าค่ะ”
กู้ชิงเจาไม่มองนางอีก เพียงกล่าวว่า “ในเมื่อท่านพ่อกับน้องสี่รออยู่ พวกเราก็ไปกันเถิด อย่าลืมนำเหล้ากระดูกเสือไปให้ดี”
สายตาเย็นเยียบของนางดูคล้ายกำลังจ้องเหล้ากระดูกเสือ ทว่าแท้จริงกลับไร้จุดจับจ้อง
เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้เมื่อชาติก่อน นางจำได้ขึ้นใจ เพราะกู้ชิงจิ่นบาดเจ็บที่ข้อเท้า นางจึงขอให้พี่ชายลูกพี่ลูกน้องที่อยู่เหลียวตงหาเหล้ากระดูกเสือส่งเข้ามาในเมืองหลวง
เมื่อได้เหล้ากระดูกเสือมา นางก็นำไปให้กู้ชิงจิ่นอย่างกระตือรือร้น
ใครจะคิดว่ากู้ชิงจิ่นเพียงได้กลิ่นก็อาเจียนขึ้นมา ท่านพ่อไม่ถามไถ่สักคำก็ตบหน้านางฉาดหนึ่ง หาว่านางวางยาหรือทำอะไรกับเหล้ากระดูกเสือ
บัดนี้เมื่อนึกย้อนดู ปฏิกิริยาของกู้ชิงจิ่นในตอนนั้นชัดเจนว่านางตั้งครรภ์แล้ว
เมื่อนึกถึงตรงนี้ กู้ชิงเจาก็ครุ่นคิด ก่อนสั่งเช่งหลิวว่า “เจ้าไปที่คลังเล็ก หาแบบคัดอักษรของท่านหวยไห่จื้อ ปรมาจารย์อักษรผู้ยิ่งใหญ่แห่งราชวงศ์ก่อนมา ข้าจะมอบให้กับน้องสี่”
หลังเช่งหลิวออกไป กู้ชิงเจาเปลี่ยนเสื้อผ้าไปพลาง กำชับเรื่องที่ต้องทำต่อจากนี้กับชุนหลานไปพลาง
ชุนหลานแม้ไม่เข้าใจเหตุผล แต่ก็ตั้งใจจดจำคำพูดของนางไว้
ไม่นานนัก เช่งหลิวก็กลับมาพร้อมเหงื่อเต็มหน้าผาก “คุณหนู บ่าวหาแบบคัดอักษรนั้นไม่พบเจ้าค่ะ”
กู้ชิงเจากล่าวอย่างไม่ใส่ใจว่า “ข้านึกออกแล้ว ข้ามอบให้คนอื่นไปแล้ว พวกเราไปกันเถิด”
นางพาเช่งหลิวกับกุ้ยจือมุ่งหน้าไปยังเรือนชั้นนอก ส่วนชุนหลานถูกทิ้งไว้ให้จัดเก็บเสื้อผ้าสำหรับฤดูใบไม้ร่วง
วันนี้คนที่เชิญมาคือหมอซึ่งเชี่ยวชาญรักษากระดูกจากภายนอก ไม่สะดวกพาเข้ามาในเรือนชั้นใน จึงเชิญหมอมาที่ห้องหนังสือของกู้ยวนเต๋อ กั๋วกงอิง บัดนี้เหลือเพียงรอเหล้ากระดูกเสือของกู้ชิงเจาเท่านั้น
เมื่อกู้ชิงเจาเดินมาถึงหน้าห้องหนังสือในเรือนชั้นนอก ก็ได้ยินเสียงออดอ้อนของกู้ชิงจิ่นดังมาจากด้านใน
“ท่านแม่ ท่านลุงรอง ข้ากลัวเจ็บเจ้าค่ะ”
จากนั้นก็เป็นเสียงของกู้ยวนเต๋อผู้เป็นบิดา “จิ่นเอ๋อร์ไม่ต้องกลัว ท่านลุงรองกำชับหมอไว้แล้ว ให้เบามือหน่อยไม่ใช่หรือ เจ้าไม่ได้ชอบชุดเครื่องประดับไข่มุกตงจูของเชวฮวนโหลวหรือไร? พอหายเจ็บเท้าแล้วก็ไปซื้อได้เลย”
ต่อมาก็มีเสียงหัวเราะเบา ๆ ของฮูหยินสาม เซียวหงส์ชวง “พี่รองตามใจนางเกินไปแล้ว”
กู้ชิงเจาชะงักฝีเท้า ดวงตาที่หลุบต่ำเผยแววเย้ยหยัน
ชาติก่อนนางมองไม่ออกได้อย่างไรว่าพวกเขาต่างหากที่เหมือนครอบครัวเดียวกัน?
ทั้งที่นางกับกู้ชิงจิ่นตกจากรถม้าพร้อมกัน และนางเองก็บาดเจ็บ ทว่าบิดาไม่เคยถามไถ่นางสักคำ กลับรักใคร่กู้ชิงจิ่นจนแทบจะทะนุถนอมไว้ในกระดูก
กู้ชิงเจายื่นมือออกไป ผลักประตูห้องหนังสือเบา ๆ ก่อนยกชายกระโปรงเดินเข้าไป
“ท่านพ่อ ท่านอาสะใภ้สาม น้องสี่”
กู้ชิงเจาทำความเคารพผู้อาวุโสและทักทายกู้ชิงจิ่นเช่นเดียวกับแต่ก่อน
ไม่มีใครเห็นว่ามือที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อปักลายกำเป็นหมัดแน่น จนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ
เซียวหงส์ชวงยิ้มแย้มพลางเดินเข้ามาประคองแขนกู้ชิงเจา “รีบลุกขึ้นเถิด คนกันเองไม่ต้องมากพิธี คุณหนูเจาใส่ใจจริง ๆ อุตส่าห์หาเหล้ากระดูกเสือมาได้ ไม่อย่างนั้นน้องสี่ของเจ้าคงต้องทนทุกข์อีกนาน”
เมื่อกู้ชิงเจาได้ฟังคำพูดของเซียวหงส์ชวง ภาพก่อนตายเมื่อชาติก่อนก็ผุดขึ้นในใจ นางถูกอีกฝ่ายสวมรอยเป็นมารดามาถึงห้าปี สองคนชั่วช้านี่ช่างวางแผนได้ดีนัก
ชาติก่อนนางสนิทสนมกับอาสะใภ้สามผู้นี้มาก ครั้นอาสะใภ้สามสิ้นใจด้วยอาการป่วยในปีนั้น นางยังเสียใจอยู่นาน
ตอนนั้นนางไม่ประสีประสา คิดว่าคนที่ยิ้มแล้วพูดจาดี ๆ ย่อมเป็นคนดี แต่ไม่รู้เลยว่าคำพูดเหล่านั้นล้วนซ่อนคมมีดไว้
เช่นเดียวกับคำพูดเมื่อครู่ของเซียวหงส์ชวง ที่โยงความทุกข์ของกู้ชิงจิ่นเข้ากับเหล้ากระดูกเสือของนาง หากนางหาเหล้ามาได้ไม่ราบรื่น หรือเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นตอนกู้ชิงจิ่นใช้เหล้า ก็ล้วนเป็นความรับผิดชอบของนางทั้งสิ้น
บิดาของนางจะโยนความผิดมาให้นางแน่นอน ถึงตอนนั้นเซียวหงส์ชวงค่อยพูดจาเหมือนช่วยไกล่เกลี่ย แต่แท้จริงกลับเติมเชื้อไฟ บิดาก็จะกล่าวโทษนาง
“ช่างบังเอิญนัก พี่ชายลูกพี่ลูกน้องได้ยินว่าข้าบาดเจ็บ จึงให้คนนำเหล้ากระดูกเสือนี้ส่งเข้ามาในเมืองหลวง แต่ในเมื่อน้องสี่ต้องการมากกว่า ข้าก็ควรยกให้น้อง”
“คราวหน้าท่านอาสะใภ้สามเขียนจดหมายไปที่จวนอ๋องเหลียวก็ได้ ย่อมเร็วกว่าที่ข้าจะไปหาเหล้าเองแน่นอน”
กู้ชิงเจากล่าวอย่างไม่ยินดียินร้าย
เซียวหงส์ชวงขมวดคิ้วเล็กน้อย ในใจเหมือนถูกหนามตำ นางเป็นบุตรสาวอนุของจวนอ๋องเหลียว หากเขียนจดหมายไปที่จวนอ๋องเหลียว เกรงว่าจะไม่มีใครยอมชายตามองด้วยซ้ำ
เด็กคนนี้หมายความว่าอย่างไร กำลังเยาะเย้ยนาง หรือพูดไปโดยไม่ได้คิด?
เมื่อนึกถึงสมองที่ใสซื่อจนเกือบโง่เขลาของกู้ชิงเจาในยามปกติ เซียวหงส์ชวงก็คิดว่าตนคงคิดมากไป นางคงพูดออกมาโดยไม่ทันยั้งคิดกระมัง
“คนมานี่ เชิญหมอป๋าเข้ามา”
ตั้งแต่กู้ชิงเจาเข้ามา กู้ยวนเต๋อก็ไม่แม้แต่จะลืมตามองนาง ราวกับคนที่เข้ามาเป็นเพียงสาวใช้ ไม่ใช่บุตรสาวแท้ ๆ ของตน
กู้ชิงเจาไม่ใส่ใจ บิดาผู้นี้เหลือไว้ให้นางเพียงความแค้นท่วมฟ้า
ไม่นานนัก หมอป๋าจากโซวอันถังก็เดินเข้ามา
เขามองเหล้านั้นก่อน จากนั้นก็ให้คนยกเก้าอี้เตี้ยบุผ้ามา แล้วให้กู้ชิงจิ่นวางขาพาดไว้
เมื่อเห็นข้อเท้าที่บวมแดงโผล่ออกมาเพียงเล็กน้อย หมอป๋าก็เปิดไหเหล้า
กู้ชิงจิ่นกล่าวว่า “ขอดูเหล้าหน่อย ข้ายังไม่เคยเห็นเหล้าที่แช่กระดูกเสือมาก่อน”
สาวใช้คนหนึ่งประคองเหล้าเข้ามาส่งให้กู้ชิงจิ่น
กู้ชิงจิ่นโน้มตัวสูดกลิ่นเข้าลึก ๆ ครู่ต่อมาก็หันไปอาเจียน
นางอาเจียนไปพลางร้องไปพลางว่า “พี่สามวางยาข้าหรือ? นี่ไม่ใช่กลิ่นเหล้าปกติ!”
เหมือนกับชาติก่อน กู้ยวนเต๋อสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างมาก ก่อนเดินมาหากู้ชิงเจา
“เหล้าของเจ้าทำอะไรลงไปหรือไม่? เจ้าเด็กอกตัญญู กล้าดีอย่างไร!”
เห็นอยู่แล้วว่าฝ่ามือกำลังจะฟาดลงมา
