สามวันต่อมา
อาคารพักอาศัยของสำนักงานคมนาคมอำเภอเจียงเฉิง
โต๊ะน้ำชาในห้องรับแขกเต็มไปด้วยเมนูงานเลี้ยง รายชื่อแขก และกำหนดการที่โรงแรมส่งมา
เฉินลี่ฉินสวมแว่น หยิบรายชื่อขึ้นมาตรวจทีละรายการ
“รองผู้อำนวยการสำนักงานคมนาคมของพวกคุณแจ้งครบแล้ว ส่วนทางสำนักงานศึกษาธิการ ฉันเชิญแค่เพื่อนร่วมงานที่สนิทกันไม่กี่คน”
“ครูกับเพื่อนร่วมชั้นของชิงเหยียนจัดแยกไว้สองโต๊ะ”
“ส่วนญาติ ๆ ทางบ้านก็น่าจะประมาณสามโต๊ะ”
ซูสือเชานั่งอยู่ปลายโซฟาอีกด้าน แต่คิ้วกลับยังขมวดไม่คลาย
ตระกูลซูมีลูกสาวเพียงคนเดียวคือซูชิงเหยียน งานฉลองวัยผู้ใหญ่ตอนอายุสิบแปดปี ทั้งคู่ย่อมให้ความสำคัญเป็นพิเศษ
เดิมทีพวกเขาเตรียมเชิญแค่ญาติกับเพื่อนร่วมงานที่สนิทกันไม่กี่คน จัดงานเรียบง่ายเพื่อฉลองให้ลูกสาว
แต่หลังจากเริ่มโครงการเหมืองทองชานเมืองตะวันออก ถนนอุตสาหกรรม และนิคมอุตสาหกรรมหลานเจียว ความสำคัญของซูสือเชาในฐานะผู้อำนวยการสำนักงานคมนาคมก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เขาแทบไม่ได้หยุดพัก ต้องวิ่งวุ่นไปมาระหว่างคณะกรรมการพรรคอำเภอ รัฐบาลอำเภอ และโครงการสำคัญหลายแห่งแทบทุกวัน
ทางอำเภอกำลังเตรียมจัดตั้งบริษัทลงทุนอุตสาหกรรมเจียงเฉิง ขณะที่สำนักงานคมนาคมรับผิดชอบทั้งถนนอุตสาหกรรมและเครือข่ายขนส่งในเขตเหมือง ใคร ๆ ก็มองออกว่าซูสือเชาได้เข้าไปอยู่ในรายชื่อข้าราชการที่เลขาธิการโจวให้ความสำคัญแล้ว
พอรู้ว่าซูชิงเหยียนจะจัดงานฉลองวัยผู้ใหญ่ หลายคนก็เสนอตัวมาร่วมงาน แม้แต่รองนายอำเภอหวังก็ให้เลขาส่งข่าวมาว่าวันนั้นจะหาเวลาแวะมา
ระดับของแขกเหรื่อจึงเกินกว่าที่สามีภรรยาคู่นี้คาดไว้ตั้งแต่แรก
“ทางเลขาธิการโจวไม่ต้องเชิญหรอก”
ซูสือเชาครุ่นคิดก่อนพูดว่า “ก็แค่งานวันเกิดของเด็กคนหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องจัดให้เหมือนงานเลี้ยงข้าราชการ คุณหวังเมตตายอมมาเองก็นับว่าให้เกียรติแล้ว ไม่ต้องเชิญคนอื่นเพิ่มอีก”
เฉินลี่ฉินพยักหน้า เธอทำงานในระบบการศึกษามาหลายปี ย่อมรู้ดีว่าควรรักษาระยะอย่างไร
“อ้อ จริงสิ”
เธอพลิกไปยังรายชื่อเพื่อนร่วมชั้น พลันชะงักมือ
“เฉินโม่จะมาหรือเปล่า”
ซูสือเชาก็เงียบไปเช่นกัน
