ซ่งจื่อหมิงกินช็อกโกแลตไปสองสามชิ้น แล้วนั่งคิดหาทางหนีทีไล่อยู่หน้าโต๊ะทำงาน คิดไปก็บ่นด่าไป ถ้ามีระบบที่เน้นความสุขสบายแบบนี้ หนีไปฮ่องกงไม่ดีกว่าหรือ? หาเงินสักหน่อย ซื้อบ้านหรูอยู่ แล้วก็แต่งอนุภรรยาเพิ่มอีกสักสองสามคน จีบดาราสาวบ้าง วัน ๆ จะเล่นไพ่ ออกทะเล ไปมาเก๊า หรือไม่ก็ไปต่างประเทศก็ได้ โลกกว้างใหญ่ขนาดนี้ เที่ยวเล่นให้ทั่วไม่ดีกว่าหรือ? นี่แหละชีวิตสุขสบายชัด ๆ!
หลังด่าระบบเสร็จ ซ่งจื่อหมิงถึงนึกขึ้นได้ว่ายังมีพลังจิตอยู่ แล้วจะพัฒนาพลังจิตได้ยังไง? เขาลองหลับตา รับรู้สภาพแวดล้อมรอบตัว ก่อนจะค่อย ๆ ตระหนักว่าพลังจิตที่ระบบมอบให้นั้นเหลือเชื่อขนาดไหน ทุกสิ่งภายในรัศมี 100 เมตรปรากฏขึ้นในหัวอย่างชัดเจนทุกรายละเอียด ที่สำคัญ มันไม่ได้เป็นภาพราบเหมือนเรดาร์ แต่เป็นภาพสามมิติ
เขานึกถึงนิยายออนไลน์ที่ตัวละครใช้พลังจิตห่อหุ้มสิ่งของแล้วเก็บเข้าไปในมิติได้โดยตรง จึงลองเพ่งไปที่ตู้เล็ก ๆ ซึ่งเขาใช้เก็บของ พร้อมพึมพำในใจว่า “เก็บ”
ไม่คิดเลยว่าไม่ใช่แค่ตู้เล็ก ๆ แต่โต๊ะด้านหน้าก็ถูกเก็บเข้าไปในมิติทั้งหมดด้วย ซ่งจื่อหมิงดีใจจนเนื้อเต้น จึงเริ่มเก็บของในโกดังเข้าไปในมิติ ลองติดต่อกันหลายครั้ง ดูเหมือนเขาจะไม่รู้สึกถึงน้ำหนักเลย ขอแค่ของอยู่ในขอบเขตพลังจิต ก็เก็บเข้าไปในมิติได้เพียงแค่คิด
ไม่ถึง 10 นาที ซ่งจื่อหมิงก็เก็บของในโกดังเล็ก ๆ แห่งนี้เข้าไปในมิติหมด ทั้งเพนิซิลลินราว 50 ลัง รถบรรทุกนำเข้า รถจี๊ป รถยนต์ ผ้าขนสัตว์ อะไหล่รถยนต์ ฝ้ายกว่า 3,000 มัดที่วางอยู่ชั้นนอกสุดของโกดัง และน้ำมันเบนซิน 200 ถังที่อยู่อีกฝั่งหนึ่ง
เมื่อจัดการเสร็จ ซ่งจื่อหมิงก็เหยียบลังอะไหล่รถยนต์อย่างระมัดระวัง ปีนไปที่หน้าต่างด้านข้างแล้วทุบกระจก พร้อมเก็บเศษกระจกเข้าไปในมิติ จากนั้นชะโงกหน้าออกไปมองข้างนอก ไม่เห็นยามสักคน มีเพียงห้องเวรตรงประตูใหญ่ที่ยังเปิดไฟอยู่
ซ่งจื่อหมิงนำฝ้ายในมิติออกมาจากด้านบน วางซ้อนลงไปเรื่อย ๆ จนกองสูงกว่าสองเมตร จากนั้นจึงกระโดดจากหน้าต่างลงบนกองฝ้าย แล้วเก็บฝ้ายกลับเข้าไปในมิติ ก่อนจะย่องไปลอดรูโหว่แห่งหนึ่งบนกำแพงโกดังออกไป ตอนนี้เขาไม่สนแล้วว่ารูนั้นจะเป็นรูอะไร
เมื่อเดินออกมาถึงถนนใหญ่ เขาอาศัยแสงไฟถนนดูนาฬิกาข้อมือ เพิ่งสองทุ่มกว่า ๆ นี่เอง ถึงว่าท้องร้องจ๊อก ๆ เพราะหิว ซ่งจื่อหมิงกวาดตามองรอบตัวอย่างระมัดระวัง พอเห็นว่าไม่มีใครสนใจเขา ถึงค่อยวางใจกลับไปยังห้องพักในอพาร์ตเมนต์ฮวาเม่า
ตอนนี้อพาร์ตเมนต์ฮวาเม่าดูทรุดโทรมลงเล็กน้อย เจ้าของร่างเดิมอยู่ที่นี่เพราะใกล้ที่ทำงาน เดินทางไปกลับสะดวก แถมรอบ ๆ ยังมีร้านค้าหลายร้าน ใช้ชีวิตง่ายดาย กลายเป็นความสะดวกของซ่งจื่อหมิงไปด้วย เขาเดินไปไม่กี่ก้าวก็เลี้ยวไปทางประตูเหนือของอพาร์ตเมนต์ แล้วหาร้านเกี๊ยวน้ำริมทาง สั่งเกี๊ยวน้ำหนึ่งชามกับแป้งอบสองชิ้น
พอซดน้ำซุปร้อน ๆ ลงท้อง ซ่งจื่อหมิงถึงรู้สึกเหมือนได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง กินเสร็จก็เดินเอื่อย ๆ กลับไปยังห้องเช่าของตัวเองบนชั้น 9 ก่อนเก็บหีบใต้เตียงเข้าไปในมิติ ข้างในมีเงินหยางอยู่กว่า 300 เหรียญ ทองแท่งเล็ก 20 แท่ง เอกสารแสดงตัวตนของเขา และใบฝากเงินธนาคาร ทองคำกับเงินหยางเป็นของที่เขาเพิ่งได้มาในช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมา ยังไม่มีเวลาเอาไปฝากธนาคาร
เขาหยิบปืนยาวหนึ่งกระบอก ปืนพกหนึ่งกระบอก กระสุนสองกล่อง และระเบิดสับปะนำเข้าจากอเมริกาอีก 6 ลูกที่เก็บอยู่ด้านล่างของตู้เสื้อผ้าเข้าไปในมิติ ตอนที่ยังไม่มีมิติ เก็บของไว้ในห้องก็ไม่ได้รู้สึกอะไร แต่พอมีมิติแล้ว กลับรู้สึกว่าห้องไม่ปลอดภัย เก็บไว้ในมิติถึงจะสบายใจกว่า
ซ่งจื่อหมิงหยิบปืนบราวนิงของตัวเองออกมา หมุนเล่นในมือสองสามครั้ง จากนั้นประสานมือทั้งสองข้าง แค่พริบตาเดียวปืนก็ถูกถอดแยกเป็นชิ้นส่วน แล้วเขาก็ประกอบกลับอย่างรวดเร็ว ไม่ถึง 5 วินาที ชิ้นส่วนทั้งหมดก็ประกอบเข้าด้วยกันอย่างคล่องแคล่วในมือเขา
เขายกปืนเล็งออกไปข้างนอก ทำท่ายิงดู แล้วรู้สึกว่าการประสานงานของร่างกายและมือกับสายตาดีขึ้นมาก แค่ทำตามสัญชาตญาณก็ยิงได้ทุกเมื่อ “ไม่เลวเลย รางวัลนี้คุ้มสุด ๆ ไม่ใช่แค่แรงเพิ่มขึ้น แต่การประสานงานของร่างกายกับความเร็วในการตอบสนองก็ดีขึ้นรอบด้าน ถ้าต้องฝึกเอง ไม่รู้ต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหน ถึงใจสุด ๆ”
เช้าวันต่อมา ซ่งจื่อหมิงกินอะไรง่าย ๆ ที่ชั้นล่าง พอแปดโมงกว่า เขาก็แวะไปร้านตัดเสื้อสำเร็จรูปที่ไปเป็นประจำ ทันทีที่ก้าวเข้าร้าน พนักงานก็จำเขาได้
“คุณซ่ง อรุณสวัสดิ์ครับ วันนี้อยากตัดชุดอะไรครับ?”
“เสี่ยวเฉิง มีเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่ใหญ่กว่าชุดที่ฉันใส่อยู่ตอนนี้หนึ่งไซซ์ไหม? วันนี้ไม่มีเวลารอ ถ้ามีก็เอามาให้ลองชุดหนึ่ง”
“มีครับ รอแป๊บนะครับคุณซ่ง เดี๋ยวผมไปหยิบมาให้ สีกรมท่าได้ไหมครับ?”
“ได้ เอาชุดชั้นในมาด้วยชุดหนึ่ง”
ไม่นานเสี่ยวเฉิงก็ถือชุดเสื้อผ้าออกมาจากห้องด้านใน แล้วพาซ่งจื่อหมิงไปยังห้องลองเสื้อ มีทั้งเสื้อเชิ้ต สูท เสื้อไหมพรม กางเกง และชุดชั้นใน ครบชุด
หลังลองเสร็จ ซ่งจื่อหมิงรู้สึกว่าชุดพอดีตัวดี เขาเอาเสื้อผ้าชุดเก่าใส่ถุงแล้วถือไว้ ก่อนออกจากร้านก็หันไปบอกเสี่ยวเฉิงว่า “ฝากบอกเจ้านายด้วยว่า ทำเพิ่มให้อีกสองชุดตามไซซ์นี้ รวมชุดชั้นในกับเสื้อเชิ้ตด้วย เรื่องสีให้เธอเลือกจับคู่เอง”
“ชุดที่ฉันใส่อยู่ราคาเท่าไหร่?”
“คุณซ่งเป็นลูกค้าประจำ คิดแค่ 18 เหรียญหยางก็พอครับ”
ซ่งจื่อหมิงไม่ต่อราคา รอจนเสี่ยวเฉิงจดรายละเอียดที่เขาต้องการเสร็จ ก็ล้วงเงินหยาง 18 เหรียญจากกระเป๋าเสื้อ วางไว้บนโต๊ะ แล้วถือเสื้อผ้าเก่าออกจากร้านตัดเสื้อไป
พอออกจากร้าน เขาก็เก็บเสื้อผ้าสกปรกในถุงเข้าไปในมิติ จากนั้นหาถังขยะแล้วโยนถุงทิ้ง ก่อนจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย
เขามุ่งหน้าไปที่เดอะบันด์ 12 ก่อน คิดไปคิดมา สุดท้ายก็ยังต้องหาทางหาเงินกับเสบียงจากเซี่ยงไฮ้ แล้วค่อยไปปักกิ่ง ตอนนี้ไม่มีที่ไหนในประเทศเหมาะไปกว่าเซี่ยงไฮ้อีกแล้ว ไม่ใช่แค่มีธนาคารต่างชาติ คลังทองคำกลางของพรรคก๊กมินตั๋งก็อยู่ที่นี่ด้วย สินค้านำเข้าและส่งออกที่มาทางทะเลส่วนใหญ่ก็เทียบท่าที่เซี่ยงไฮ้ ก่อนจะขนส่งต่อไปยังหนานจิง เจียงซู เจ้อเจียง และพื้นที่ตอนในทางน้ำหรือทางรถไฟ
ตอนซ่งจื่อหมิงมาถึงเดอะบันด์ เขามองอาคารธนาคารเอชเอสบีซีที่อยู่ตรงหน้าแล้วคิดว่า ยังใช้ชื่อของตระกูลซ่งบังหน้าได้อีกสักพัก สำนักงานบริษัทหยางจื่อตั้งอยู่ที่ห้อง 146 ในอาคารธนาคารเอชเอสบีซี ไม่ว่าเมื่อคืนทางบริษัทจะรู้เรื่องแล้วหรือยัง เขาก็ต้องรีบรายงานก่อน
พอไปถึงสำนักงาน ที่นั่นกำลังวุ่นวายกันทั้งห้อง ซ่งจื่อหมิงเดินไปถึงเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ก็ถูกข่าวในหนังสือพิมพ์บนโต๊ะดึงดูดสายตาทันที ในที่สุดเขาก็เข้าใจที่มาของเรื่องเมื่อวานแล้ว
บนโต๊ะวางหนังสือพิมพ์เจิ้งเหยียนของเซี่ยงไฮ้ ฉบับหนึ่ง พาดหัวข่าวหน้าแรกเขียนว่า “คดีตุนสินค้าของตระกูลใหญ่ชวนตะลึง โกดังหยางจื่อถูกปิด” ซ่งจื่อหมิงรีบหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาอ่านเนื้อหาจนจบ แล้วก็อดรู้สึกกังวลไม่ได้
เมื่อคืนก่อนออกมา เขาเก็บของไปตั้งมากมาย สรุปว่าโกดังถูกคนของเจียงจิงกั๋วเข้าตรวจค้น หลังตรวจเสร็จก็แค่ให้คนเฝ้าไว้ชั่วคราว ถ้าตรวจเจอของที่หายไปจะทำยังไง?
“ไม่ได้ ห้ามลน ตอนนี้สถานการณ์กำลังวุ่นวาย รีบรายงานเรื่องนี้ก่อนแล้วค่อยหาทาง ถ้าถูกปิดไว้สักพักจริง ๆ บางทีอาจเป็นเรื่องดีก็ได้ ยิ่งเวลาผ่านไปนานก็ยิ่งอธิบายไม่ถูก”
ซ่งจื่อหมิงวางหนังสือพิมพ์ลงบนโต๊ะ ไม่สนใจความวุ่นวายในห้อง แล้วเดินตรงไปยังหน้าห้องทำงานของข่งลิ่งข่านที่อยู่ด้านใน ด้านนอกมีห้องเล็ก ๆ คั่นอยู่ ซึ่งเป็นที่นั่งของเลขานุการ “คุณเฉิน คุณชายอยู่ในห้องทำงานไหม?”
“อยู่ กำลังคุยโทรศัพท์อยู่ข้างใน นายเป็นอะไรไป? เมื่อวานโกดังเกิดเรื่องใหญ่ขนาดนั้น ทำไมเพิ่งมาเอาป่านนี้? รอไว้เถอะ ดูซิว่าคุณชายจะจัดการนายยังไง ฮึ!”
ซ่งจื่อหมิงยื่นหน้าเข้าไป แล้วชี้แผลบนหัวตัวเอง “คุณน้า ช่วยดูสภาพฉันก่อน เมื่อวานเช้า ตอนพวกทหารกลุ่มนั้นบุกเข้าโกดัง มีแค่ฉันคนเดียวที่ถือปืนออกไปขวาง สุดท้ายพวกนั้นก็เอาปืนฟาดจนฉันสลบ พอฟื้นขึ้นมาก็ค่ำแล้ว ฉันเลยรีบมารายงานตั้งแต่เช้า ใครจะรู้ว่าหนังสือพิมพ์ลงข่าวไปแล้ว”
“หึ ๆ วางใจเถอะ เรื่องโกดังเมื่อวานคุณชายรู้แล้ว ถ้าไม่รู้สถานการณ์ของนาย นายยังจะมีชีวิตสบายแบบนี้อีกเหรอ?”
“ที่โดนฟาดหัวนี่ไม่เสียเปล่าหรอก เมื่อบ่ายวานคุณชายยังด่านายว่าเก่งแต่บ้าบิ่น โดนตีเข้าก็สมควรแล้ว ใจร้อนเกินไป แต่ความภักดีน่าชื่นชม รอเลี้ยงข้าวได้เลยนะ ของฝากก็ห้ามขาดของฉันด้วย”
