“ไปทำหน้าที่ของพวกเจ้าเถิด”
หลังแม่ทัพใหญ่ผู้เย็นชาไร้ปรานีไล่คนเหล่านั้นไปแล้ว ก็เหลือบมองเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างกาย
“ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป เจ้าจงมาค่ายทหารแต่เช้า ฝึกฝนร่วมกับทหารคนอื่น ๆ ต่อไปต้องคอยคุ้มครองคุณหนูให้ดี”
หลางหยาพูดอะไรไม่ออก ได้แต่พยักหน้า เขายินดีทำเช่นนี้
ฉินหว่านหว่านซบอยู่ในอ้อมแขนของท่านพ่อ แก้มกลมป่องนุ่มนิ่มแนบเข้ากับใบหน้าของเขา
“ท่านพ่อ ข้าตั้งชื่อให้เขาแล้ว ชื่อหลางหยาเจ้าค่ะ”
เซี่ยฉงขานรับคำหนึ่ง “กินข้าวหรือยัง”
ฉินหว่านหว่านคว้ามือใหญ่ของเขามาวางบนท้องน้อยของตน
“อิ่มแล้วเจ้าค่ะ”
ท้องกลมเล็ก ๆ นุ่มนิ่มและอวบอ้วน
ฉินหว่านหว่านนึกขึ้นได้ว่ายังมีธุระต้องทำ จึงรีบบอกความต้องการของตน
“ท่านพ่อ ข้าจะเอาจอบ”
“เอาจอบไปทำอะไร”
ฉินหว่านหว่านตอบ “ปลูกผักเจ้าค่ะ”
เซี่ยฉงนึกถึงเมล็ดพันธุ์สองถุงที่เจ้าตัวน้อยพกติดกายอยู่เสมอ
ปลูกก็ปลูกเถิด อย่างไรเสียลานหน้าบ้านกับหลังบ้านก็ยังว่างอยู่
“ให้บ่าวไพร่ปลูก ส่วนจอบกับของอื่น ๆ ต้องไปซื้อที่ร้านช่างเหล็ก”
เขาพาฉินหว่านหว่านกลับไปยังกระโจมที่พักประจำ แล้วค้นในกล่องใบหนึ่งจนพบเงินพวงหนึ่งกับเงินก้อนย่อยอีกเล็กน้อย
“รวมกันก็ได้สามตำลึงแล้ว เอาไปใช้ก่อนเถิด”
ทั้งหมดเป็นเงินก้อนย่อยกับเงินเหรียญทองแดงที่เขาเก็บสะสมทีละเล็กทีละน้อย กล่องหนักอึ้งใบนี้มีเงินอยู่ไม่น้อย อย่างน้อยก็ราวยี่สิบถึงสามสิบตำลึง
เหรียญทองแดงมีน้ำหนักไม่น้อย เซี่ยฉงจึงยื่นถุงเงินให้หลางหยาทันทีที่ออกจากกระโจม
“ถือไว้ จ่ายเงินให้คุณหนู”
