“ไวต่อกลิ่นเป็นพิเศษ พอกินเนื้อปลาก็อยากอาเจียน” จางเสี่ยวหนานเองก็เพิ่งนึกขึ้นได้ อดหัวเราะเยาะตัวเองไม่ได้ว่าช่างซื่อบื้อจริง ๆ
“นอนลงบนเตียงนั่นสิ ผมจะฟังดู”
จางเสี่ยวหนานนอนลงบนเตียง คุณหมอเปลี่ยนหูฟังที่คล้องคออยู่เป็นหูฟังแบบท่อยาว รูปร่างคล้ายโทรโข่ง
“เปิดหน้าท้องหน่อย”
ภายในห้องมีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบา จนกระทั่งคุณหมอยกหูฟังออกจากหน้าท้องของจางเสี่ยวหนาน ก่อนจะยิ้มแล้วพูดว่า “มีแล้ว ประมาณสองเดือน”
“จริงเหรอครับ? ผมจะได้เป็นพ่อคนแล้วเหรอ?” เซี่ยงเป่ยยังทำตัวไม่ถูก ตอนที่ยังไม่รู้แน่ชัดเขาดีใจมาก แต่พอรู้แน่แล้วกลับไม่กล้าแตะต้องจางเสี่ยวหนานเสียอย่างนั้น เขานั่งยอง ๆ ข้างเตียงพลางยิ้มเหมือนคนโง่ “ผมจะได้เป็นพ่อคนจริง ๆ แล้วเหรอ? ฮี่ ๆ ๆ พ่อครับ ผมเป็นพ่อแล้ว”
เพียะ!
หยางหวยฮวาตบกบาลเซี่ยงเป่ยไปหนึ่งที เสียงดังฉาดชัด “อย่ามาทำขายหน้าตรงนี้”
“ฮี่ ๆ” เซี่ยงเป่ยไม่ถือสาเลยสักนิด เขาลุกขึ้นมาประคองจางเสี่ยวหนาน “ที่รัก ค่อย ๆ เดินนะ”
คุณหมอก็ดีใจไปด้วย ไม่ค่อยได้เห็นผู้ชายที่ใส่ใจภรรยาขนาดนี้ จึงกำชับเพิ่มอีกสองสามประโยค “ช่วงสามเดือนแรกต้องใส่ใจเรื่องโภชนาการให้มาก ถ้าเป็นไปได้ รอให้ถึงเดือนที่หกหรือเจ็ดแล้วค่อยมาตรวจอีกครั้งนะ”
“ได้ครับ ได้ ผมรู้แล้ว” เซี่ยงเป่ยพยักหน้ารัว “ขอบคุณครับคุณหมอ”
จางเสี่ยวหนานรู้สึกว่าตัวเองก็เดินแปลก ๆ เหมือนกัน เดิมทีก็ไม่ได้รู้สึกอะไร แต่พอรู้ว่าตั้งครรภ์แล้ว กลับรู้สึกเหมือนท้องหนักเป็นพันชั่ง
