เซี่ยงเถียนเขย่งปลายเท้ามองไปข้างหน้า กลัวว่าจะพลาดพี่ชายของตัวเอง
ดูเหมือนป้ายที่เธอถือจะได้ผล เซี่ยงเป่ยเพิ่งเดินมาถึงประตูรถไฟก็เห็นป้ายเด่นสะดุดตาแล้ว แต่คนถือป้ายเขาไม่รู้จัก คิดว่าคงเป็นน้องเขยของเขา
แม้จะอยู่ไกลจนมองไม่ค่อยชัด แต่ด้วยรูปร่างและบุคลิกแบบนี้ เซี่ยงเป่ยก็พอใจ
“หนานหนาน ดีขึ้นบ้างหรือยัง?” เซี่ยงเป่ยดึงจางเสี่ยวหนานมาไว้ข้างหน้า เพื่อให้เธอลงจากรถ
ตั้งแต่ขึ้นรถไฟมา กลิ่นก็ทำให้จางเสี่ยวหนานมึนหัวตาลาย แถมยังต้องนั่งบนเบาะแข็ง ๆ นั่งติดกันถึงสี่วันสามคืนกว่าจะมาถึง
ตอนนี้เธอรู้สึกเหมือนตัวลอยไปหมด
เธอฝืนตั้งสติแล้วพยักหน้า “ดีขึ้นแล้วค่ะ”
เซี่ยงเป่ยหิ้วกระเป๋าใบใหญ่สองใบลงจากรถ แล้วกำลังจะพาจางเสี่ยวหนานเบียดไปทางป้าย พลันเหลือบไปเห็นพ่อแม่ของตัวเองอยู่ไม่ไกล
พวกท่านชะเง้อมองมาจากประตูรถอีกฝั่ง คอยาวแทบจะยืดถึงไหนต่อไหน
เซี่ยงเป่ยกระตุกมุมปาก “พ่อ แม่”
แม้รอบข้างจะอึกทึกแค่ไหน หยางหวยฮวาก็จำเสียงลูกชายตัวเองได้ทันที เธอมองตามเสียงไป “เสี่ยวเป่ย! ตาเฒ่าเซี่ยง ไปเร็ว ๆ เสี่ยวเป่ยอยู่ทางโน้น”
เซี่ยงอิ๋นรีบดึงหยางหวยฮวาเบียดฝ่าฝูงชนไปหา พอถึงตัวก็ยื่นมือจะรับกระเป๋า “พ่อถือเอง”
“ไม่หนักหรอก ไปกันเถอะ ผมเห็นเถียนเถียนแล้ว”
“พ่อ แม่” จางเสี่ยวหนานยิ้มซีด ๆ เรียกเสียงอ่อนแรง
“เอ๊ะ เป็นอะไรไป?” เธอดูเหมือนจะเป็นลมได้ทุกเมื่อ หยางหวยฮวาจึงรีบประคองเธอไว้ “ไปเถอะ กลับไปก่อน”
ในที่สุดทั้งสองฝ่ายก็ได้พบกัน
