จิ่งโจวเชิดคางขึ้นอย่างภาคภูมิใจ ทั้งยังไม่ลืมขยิบตาให้เซี่ยงเถียนอย่างซุกซน “เธอก็สวยเหมือนกัน” พูดจบก็หันไปบอกสวี่ชิงอวี้อีกว่า “คุณย่าก็สวยครับ”
“ฮ่า ๆๆ” พอได้ยินคำพูดของจิ่งโจว ทุกคนก็หัวเราะกันขึ้นมา
ก้อนหินหนักอึ้งในใจของโม่ซีพลันหล่นลง เธอได้เห็นนิสัยของเซี่ยงเถียนชัดเจนขึ้นกว่าเดิม ว่าการเลี้ยงลูกเลี้ยงให้เติบโตมาเป็นเด็กแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
บนรถไฟ จิ่งจวิ้นกังเล่าเรื่องของจิ่งโจวคร่าว ๆ ตั้งแต่เรื่องน่าสนใจตั้งแต่เกิดจนเติบโต ไปจนถึงความเปลี่ยนแปลงของจิ่งโจวนับตั้งแต่เซี่ยงเถียนกับจิ่งอวี่ชวนแต่งงานกัน
เขายังบอกด้วยว่า โชคดีที่จิ่งอวี่ชวนเป็นคนพบเบาะแส เขาถึงได้มาที่เมืองมู่และค้นพบความจริง
โม่ซีรู้ดีว่า เธอซึ่งไม่เคยดูแลเด็กแม้แต่นาทีเดียว ไปขอบคุณเซี่ยงเถียนที่เลี้ยงดูจิ่งโจว คงฟังดูน่าขันและเป็นเรื่องที่สมควรอยู่แล้ว
ในใจเธอมีเพียงความโชคดีและความซาบซึ้ง
โชคดีที่ตอนนั้นจิ่งอวี่ชวนแบกรับทุกอย่างไว้ โชคดีที่เซี่ยงเถียนมีน้ำใจต่อจิ่งโจว…
“ยืนเหม่ออะไรอยู่ รีบล้างมือมากินข้าวเร็ว” จิ่งจวิ้นกังเร่ง “กินไปคุยไปก็ได้”
ทั้งเจ็ดคนนั่งล้อมโต๊ะ ส่วนอีอีถูกวางไว้ในเปลเล็ก ๆ นอนหลับสนิท
ทุกคนพร้อมใจกันลดเสียงพูดลง แต่รอยยิ้มบนใบหน้ากลับหุบไม่ลง
ดูท่าแล้วไม่มีอะไรที่หม้อไฟมื้อเดียวแก้ไม่ได้ ถ้าไม่ได้ก็จัดสองมื้อ
ไอขาวร้อนระอุลอยอ้อยอิ่งอยู่ตรงหน้า ยิ่งคุยกันทุกคนก็ยิ่งอารมณ์ดี หัวข้อสนทนาค่อย ๆ เปลี่ยนจากเรื่องของจิ่งโจวมาถึงเรื่องของโม่ซี
