หมอโรงงานเห็นสถานการณ์แล้วก็รีบพูดว่า “พวกเธอสองคนมีน้ำใจช่วยเหลือคนอื่น พอส่งคุณไปถึง พวกเธอก็กลับมาสอบต่อได้เลย”
“ขอบคุณค่ะคุณหมอ” จ้าวหรูยิ้มบาง ๆ
เซี่ยงเถียนเห็นหลิวถิงถิงกับหลินอวี้หลิงออกมา ทั้งสามจึงพากันไปห้องพยาบาล
ห้องเล็ก ๆ มีเตียงสองเตียงกับโต๊ะทำงานหนึ่งตัว ข้าง ๆ ยังมีห้องตรวจอีกสองห้อง หมอโรงงานอีกสองคนได้ยินเสียงก็รีบออกมาดู
แต่ไม่ได้ตามมาด้วย เมื่อเห็นว่าทุกคนเดินกันมาเอง พวกเขาจึงกลับเข้าห้องตรวจของตัวเอง
หมอโรงงานบอกให้ทั้งสองคนประคองจ้าวหรูไปนั่งบนเก้าอี้ ก่อนเอ่ยว่า “พวกเธอสองคนกลับไปสอบต่อเถอะ”
โจวเหมี่ยวเหมี่ยวยังเป็นห่วงอยู่บ้าง จ้าวหรูโบกมือ “รีบกลับไปเถอะ ตั้งใจสอบนะ”
เซี่ยงเถียนรีบก้าวออกมา “ฉันอยู่ดูแลพี่จ้าวเอง พี่กลับไปสอบเถอะ”
โจวเหมี่ยวเหมี่ยวไม่เคยคลุกคลีกับเซี่ยงเถียน แต่ก็รู้จักกันอยู่ จึงพยักหน้าแล้วกลับไปพร้อมพี่สาวข้าง ๆ
หมอโรงงานถามว่า “เช้านี้กินข้าวหรือยัง”
จ้าวหรูส่ายหน้า ไม่อยากพูดแม้แต่คำเดียวแล้ว เหนื่อยใจเหลือเกิน
หมอโรงงานคิดว่าเธอคงไม่ได้กินข้าวเช้า แถมยังตื่นเต้นเกินไปจนมีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ เลยหน้ามืดหมดสติ
แต่ด้วยความรับผิดชอบ เขาจึงจับชีพจรที่ข้อมือจ้าวหรู แม้ฝีมือจับชีพจรของเขาจะอยู่ในระดับกลาง ๆ ทว่าชีพจรลื่นเด่นชัดขนาดนี้ เขายังพอจับได้
“คุณท้องแล้วไม่รู้ตัวหรือ”
จ้าวหรูเหมือนหุ่นยนต์เก่าที่ค้างไปแล้ว สีหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง เธอนั่งนิ่งงันอยู่ตรงนั้น อ้าปากค้างแต่ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา
