เสียงกริ่งเลิกงานดังขึ้นตรงเวลา เซี่ยงเถียนไม่ได้รีบร้อนลุกขึ้น ตั้งแต่เข้าเดือนธันวาคม จิ่งอวี่ชวนก็มารอรับเธอที่หน้าสำนักงานทุกวัน
วันนี้ก็เช่นกัน
“คุณจิ่งวิศวกรมารับแล้ว รีบกลับเถอะ” หลิวถิงถิงเอ่ยแซวเซี่ยงเถียน
เซี่ยงเถียนชินเสียแล้ว “พรุ่งนี้เจอกันนะคะ พี่ถิงถิง” พูดพลางขยิบตาให้หลิวถิงถิง ก่อนเดินออกจากสำนักงานไป
“ค่อย ๆ เดิน ไม่ต้องรีบ” จิ่งอวี่ชวนยื่นมือมารับเธอไว้
“มีคนอยู่นะ” เซี่ยงเถียนรีบถอยออกมา
จิ่งอวี่ชวนหัวเราะเบา ๆ “ไม่มีใครหรอก”
เซี่ยงเถียนหันมองซ้ายขวา ทางเดินไม่มีใครก็จริง แต่หลิวถิงถิงยืนพิงกรอบประตูโบกมืออยู่ “เจอกันอีกแล้วนะ”
“ไปกันเถอะ ๆ” เซี่ยงเถียนผลักจิ่งอวี่ชวนลงบันได พอนั่งบนเบาะหลังจักรยานก็รู้สึกว่าวันนี้มีสายตามองมามากกว่าปกติ โดยเฉพาะคนที่ป้อมยามตรงประตู วันนี้ก็ดูจะมากขึ้นไม่น้อย
เซี่ยงเถียนยังเห็นฟ่านซวี่ขี่จักรยานตามมาข้างหลัง จึงสะกิดจิ่งอวี่ชวน “คุณวิศวกรระดับสาม”
จิ่งอวี่ชวนตอบอย่างขบขัน “ภรรยาของวิศวกรระดับสาม”
“ทำไมถึงกะทันหันขนาดนี้ล่ะ?”
“ทางกรมอุตสาหกรรมอยากย้ายผมไปประจำที่นั่นเลย เลยออกประกาศมาแบบกะทันหัน”
“หา? แล้วคุณจะไม่อยู่โรงงานเหล็กแล้วเหรอ?”
“ไม่ไปหรอก ผู้เฒ่าลู่ยืนกรานให้เหตุผลจนถึงที่สุด ถึงได้ตกลงกันว่าจะมอบใบรับรองคุณวุฒิวิศวกรให้ในงานเลี้ยงปีใหม่ แล้วก็เหมือนผู้เฒ่าลู่ คือไปช่วยงานกรมอุตสาหกรรม” จิ่งอวี่ชวนพูดเสียงไม่ดังนัก แต่ฟังออกว่าดีใจ “เดือนหน้าเงินเดือนทางโรงงานเหล็กจะขึ้นเป็น 240 หยวน 5 เหมา ส่วนทางกรมอุตสาหกรรมมีเงินเดือนประจำตำแหน่งอีก 100 หยวน และเงินค่าทำโครงการที่ยังไม่แน่นอน”
