คุณพระช่วย...
โลกทั้งใบของหลิวถิงถิงพังทลายแล้ว~
เสียงกริ่งเลิกงานดังขึ้น หลิวถิงถิงคิดว่าเรื่องของสัปดาห์หน้าค่อยว่ากันสัปดาห์หน้า เธอลุกขึ้นยืนอย่างองอาจผึ่งผาย “ไป เลิกงานกันเถอะ”
หลินอวี้หลิงตื่นเต้นสุด ๆ เธอคล้องแขนคนละข้างไว้ แต่ตอนลงบันไดก็ยังบอกให้เซี่ยงเถียนค่อย ๆ เดิน ส่วนเธอกับหลิวถิงถิงเดินประกบอยู่ข้างหน้าและข้างหลัง
ทำเอาเซี่ยงเถียนทั้งขำทั้งจนใจ ก่อนจะรับน้ำใจนั้นไว้
จิ่งอวี่ชวนกับหม่าเฉียงรออยู่ข้างล่างแล้ว
ทั้งสองคนไม่ได้สนิทกันนัก คนหนึ่งอยู่ฝ่ายวิศวกรรม อีกคนอยู่โรงตีเหล็ก แทบไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน
สิ่งเดียวที่เหมือนกันคือทั้งคู่ขี่จักรยาน และมีของห้อยอยู่ที่แฮนด์รถ
หลินอวี้หลิงรู้สึกใจแป้วขึ้นมาทันที ยังดีที่พวกเขาเดินมาถึงหน้าประตูพร้อมกัน หลินเถี่ยเซิงเข็นจักรยานรออยู่ตรงนั้นพอดี
“พ่อ!” หลินอวี้หลิงพุ่งออกไปเหมือนนกน้อยแสนร่าเริง
หลินเถี่ยเซิงดูเป็นคนซื่อ ๆ เขาสวมชุดทำงานสีเทาอมฟ้า บนเสื้อมีรอยเหงื่อที่เปียกแล้วแห้งทิ้งไว้ พอเห็นพวกเธอก็เพียงพยักหน้าให้อย่างเก้อเขิน
เซี่ยงเถียนคิดว่าซุนเหมียวกับเขาดูเหมาะสมกันดี คนหนึ่งชอบพูด อีกคนพูดน้อย ช่างเป็นคู่ที่ลงตัว
บ้านของหลินอวี้หลิงอยู่ไม่ไกล ปั่นจักรยานสิบนาทีก็ถึง เป็นห้องสองห้องในเรือนพักอาศัยรวมที่มีลานสองชั้น บ้านหลังนี้เป็นบ้านที่โรงงานของหลินเถี่ยเซิงจัดสรรให้
ในลานเริ่มครึกครื้นขึ้นแล้ว มีคนทักซุนเหมียวว่า “วันนี้มีเรื่องดีอะไรหรือ? กลิ่นหอมลอยมาตั้งแต่บ่ายแล้วนะ”
