หยางหวยฮวาส่ายหน้า ดูไม่ไหวจริง ๆ แล้วบอกเซี่ยงหนานว่า “ไปช่วยประคองพ่อแกหน่อย”
“ได้เลย” เซี่ยงหนานเข้าไปประคองเซี่ยงอิ๋นอีกข้าง แล้วช่วยดันให้เดินเลี้ยวไป แต่เซี่ยงอิ๋นเหมือนจะดื้ออยู่ไม่น้อย บิดตัวไปมาแล้วถามว่า “จะไปไหน?” พอพูดจบก็เห็นเซี่ยงหนาน “เสี่ยวหนาน แกต้องจำไว้นะว่าพี่สาวแกดีกับแกแค่ไหน ปากกาด้ามนั้นฉันยังไม่มีเลย” พูดไปก็ทำท่าตัดพ้อ พึมพำว่า “ปากกา เสี่ยวหนานมีปากกา แต่ฉันไม่มี”
เซี่ยงหนานพยักหน้า ไม่กล้าต่อปากต่อคำ กลัวพ่อจะบังคับเอาปากกาไปเสียเอง
จิ่งอวี่ชวนหัวเราะเบา ๆ ถ้ายังบิดไปมาแบบนี้อีก เดี๋ยวคงหมุนกลับไปถึงโต๊ะกินข้าวพอดี
“ทางนี้ ไปนอนทางนี้” จิ่งอวี่ชวนประคองเซี่ยงอิ๋นหมุนเป็นวงจริง ๆ ในที่สุดก็หันไปถูกทางเสียที
เซี่ยงเถียนกับจิ่งโจวช่วยหยางหวยฮวาเก็บของเข้าครัว ล้างง่ายมาก เซี่ยงเถียนใช้แค่ชามใบเดียว นอกนั้นก็มีเพียงตะเกียบกับหม้อให้ล้าง
เซี่ยงเถียนสะบัดมือที่ล้างสะอาดแล้ว ก่อนเดินเข้าห้องไปพร้อมหยางหวยฮวา “แม่พักสักหน่อยเถอะค่ะ พวกเรากลับก่อนนะคะ”
“ได้ พี่ใหญ่ของแกเอาไก่มาให้ เอากลับไปสักตัวสิ”
“ไม่เอาหรอกค่ะ” เซี่ยงเถียนโบกมือ
“โธ่ เสี่ยวชวน รับไปสิ” หยางหวยฮวายกไก่ที่ถูกมัดขาทั้งสองข้างจนแทบหมดแรงจากในห้อง แล้วยื่นให้จิ่งอวี่ชวน
เซี่ยงเถียนได้แต่ดึงมุมปากอย่างพูดไม่ออก บ้านไหนเขาขังไก่ไว้ในห้องนอนกัน? เอาเถอะ ยังไงห้องนอนของเธอก็ไม่มีใครอยู่
จิ่งอวี่ชวนโบกมือเช่นกัน “แม่ครับ เที่ยงนี้พวกเราก็กินไก่ไปแล้ว จะกินแล้วยังหอบกลับไปอีกไม่ได้หรอกครับ”
