หิมะตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ และตกต่อเนื่องจนถึงเช้าวันถัดมา
พอเปิดประตูออก แรงผลักทำให้หิมะหน้าประตูถูกกวาดเป็นแนวโค้งไปกองอยู่ด้านหลัง
หิมะหนาจนสูงเลยข้อเท้าไปแล้ว
คนที่ตื่นเต้นที่สุดเห็นจะเป็นจิ่งโจว
“พ่อ กวาดทางนี้สิ” จิ่งโจวชี้นิ้วสั่งหลินซงอวี่
“พ่อ ๆ อย่ากวาดเอาดินมาด้วยสิ!” จิ่งโจวหันไปตำหนิจิ่งอวี่ชวน “ถ้าอย่างนั้นฉันจะเอาหิมะปนดินไปโปะพ่อนะ”
จิ่งอวี่ชวนกระตุกมุมปาก ก่อนหัวเราะหึ “ตามใจ”
โม่ซีกับเซี่ยงเถียนกำลังกลิ้งก้อนหิมะกันอยู่ ทั้งคู่สวมผ้าพันคอกับถุงมือ แต่เซี่ยงเถียนก็ยังต้องใช้มือข้างหนึ่งกุมอีกข้างเป็นระยะ ปลายนิ้วเย็นเฉียบไปหมด
จิ่งอวี่ชวนกวาดหิมะเปิดทางเส้นหนึ่งก่อน จากนั้นก็ถือไม้กวาดเดินเข้ามาหาเซี่ยงเถียน “หนาวมากก็เข้าไปในบ้านนะ”
“อืม รู้แล้ว”
ทางด้านจิ่งโจวปั้นตุ๊กตาหิมะเสร็จไปตัวหนึ่งแล้ว โดยใช้หิมะที่ปนดิน ดูหม่นเทาไปทั้งตัว จิ่งโจวยืนเท้าเอวอย่างภาคภูมิใจ “ฮ่า ๆ พ่อ ดูสิ นี่ไงพ่อ!”
จิ่งอวี่ชวนไม่อยากยอมรับ แต่ก็ฝืนยิ้ม “ฮ่า ๆ สวยดี”
จิ่งโจววิ่งต้วมเตี้ยมด้วยขาสั้น ๆ ที่สวมกางเกงนวมถึงสองชั้นเข้าไปในครัว “คุณย่า ผมอยากได้แครอตสักหัว”
“จะมีแครอตที่ไหนกัน” สวี่ชิงอวี้โบกมืออย่างจนใจ “ตรงหน้าประตูมีมันฝรั่งอยู่ ไปคุ้ยดูแล้วหยิบมาใช้สิ”
จิ่งโจวย่อตัวลงตรงหน้าตะกร้าหน้าประตู มันฝรั่งข้างในบางหัวดำคล้ำไปแล้ว เป็นหัวที่สวี่ชิงอวี้คัดออกมาเพราะเก็บไว้นานจนกินไม่ค่อยได้ แต่ก็เสียดายจนไม่ยอมทิ้ง
