จิ่งจวิ้นกังก็กลับไปทำงานที่สถานีตำรวจแล้ว ช่วงนี้สถานีตำรวจไม่ค่อยว่างนัก โดยเฉพาะช่วงก่อนและหลังปีใหม่ ถึงจะไม่มีคดีใหญ่ แต่คดีลักเล็กขโมยน้อยก็เกิดขึ้นไม่ขาด
จิ่งอวี่ชวนกับเซี่ยงเถียนย้ายกลับไปอยู่ลานบ้านเลขที่ 28 ในวันเสาร์ หลังผ่านเทศกาลโคมไฟวันที่ 15 เดือนหนึ่งตามปฏิทินจันทรคติไปแล้ว
สาเหตุหลักคือวันจันทร์หน้าโรงเรียนของจิ่งโจวก็จะเปิดเรียนแล้ว ส่วนสวี่ชิงอวี้ก็เริ่มใช้ชีวิตแบบต้องลงเวลาตรงเป๊ะทุกวัน พอตื่นตอนเช้า ก็กินมื้อเช้ากับจิ่งจวิ้นกังเสร็จแล้วขี่จักรยานไปบ้านเซี่ยงเถียน เพื่อช่วยเซี่ยงเถียนดูแลอีอี พอตกเย็น จิ่งจวิ้นกังเลิกงานก็จะแวะมาบ้านเซี่ยงเถียน กินมื้อเย็นด้วยกันก่อน แล้วค่อยกลับบ้านพร้อมสวี่ชิงอวี้
การรอคอยมักเป็นสิ่งที่ทรมานที่สุด แต่การรอคอยที่มีความหวังนั้นก็เหมือนจับฉลาก คุณรู้ว่าของที่อยากได้ต้องมีอยู่แน่ แค่ไม่รู้ว่าจะได้ชิ้นไหน
แต่ความรู้สึกที่ว่ายังมีหวังว่าจะได้มันมานั้นก็ทำให้ใจชื้นขึ้นเสมอ
ยิ่งโม่ซีกับหลินซงอวี่โทรศัพท์มาทันทีที่ลงจากรถไฟด้วยแล้ว
“อืม เสี่ยวโจว พวกเราถึงแล้ว”
“ไม่ต้องห่วง ต่อไปทุกเดือนฉันจะโทรมานะ”
“ได้ เสี่ยวโจว แล้วเจอกัน”
“……”
ถึงเวลาติดต่อกันทางโทรศัพท์อีกครั้งในรอบเดือน วันเสาร์จิ่งโจวหยุดเรียน ส่วนจิ่งอวี่ชวนต้องไปทำงานพอดี จึงพาจิ่งโจวไปที่โรงงานเหล็กกล้าด้วย
ส่วนเซี่ยงเถียนนั่งอยู่บนเก้าอี้เตี้ยหน้าบ้านตัวเอง อีอีเองก็เริ่มไม่พอใจที่จะนอนนิ่ง ๆ แล้ว เอาแต่ส่ายหัวน้อย ๆ อยากให้อุ้ม ถ้าได้อุ้มเดินเล่นสักสองสามรอบก็จะหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข
