เซี่ยงเถียนกะพริบตาปริบ ๆ มองไปอย่างสงสัย แล้วก็ได้ยินสวี่ชิงอวี้พูดต่อว่า “เธอได้ยินเสี่ยวโจวเรียกแม่ซีซี ฉันเลยตัดสินใจพูดตามไปเลยว่าให้เสี่ยวโจวยกให้ซีซีเป็นลูกบุญธรรม”
โม่ซีกับหลินซงอวี่พยักหน้าพร้อมกัน แสดงว่าเข้าใจ ก่อนหน้านี้จิ่งจวิ้นกังเล่าให้พวกเขาฟังแล้วว่า ตอนนั้นจิ่งโจวถูกจิ่งอวี่หลันโยนทิ้งหลายครั้ง สุดท้ายจิ่งอวี่ชวนถึงยอมรับจิ่งโจวไว้
ตอนนั้นยังพัวพันไปถึงอาจารย์ของจิ่งอวี่ชวนด้วย ถ้าจู่ ๆ บอกว่าเป็นลูกของพี่สาวแท้ ๆ ที่เพิ่งตามตัวกลับมา แล้วมีคนจ้องจับผิดเอาเรื่องขึ้นมา จิ่งอวี่ชวนกับผู้เฒ่าลู่คงลำบาก
อย่างไรเสียชีวิตก็เป็นของพวกเขาเอง จะบอกว่ายกให้เป็นลูกบุญธรรมหรืออย่างอื่นก็ช่าง จิ่งโจวก็คือลูกของพวกเขา แค่เรียกพวกเขาว่าพ่อแม่ได้อย่างเปิดเผยก็พอแล้ว
“ได้”
แม้ระหว่างมื้ออาหารจะคุยกันไม่น้อย แต่ก็ไม่ได้ทำให้กินได้น้อยลง
ขนมแป้งข้าวโพดถูกใช้จิ้มน้ำซุปจนหมดเกลี้ยงทั้งกะละมัง
หลินซงอวี่ลูบท้องตัวเอง อร่อยจริง ๆ คราวหน้าต้องลองทำเองดูสักครั้ง
หลังเก็บโต๊ะเรียบร้อย ทุกคนก็มานั่งบนโซฟา ไม่มีใครเริ่มชวนคุย แต่กลับรู้สึกสบายใจอย่างประหลาด แค่นั่งอยู่ด้วยกันเฉย ๆ ก็อบอุ่นแล้ว
พวกเขาหยิบรูปถ่ายออกมา มีตั้งยี่สิบเจ็ดรูป กองหนาไม่น้อย
หลินซงอวี่แบ่งให้คนละสองสามรูป ทุกคนดูอย่างเพลิดเพลิน
“รูปนี้ถ่ายสวยนะ อัดขยายอีกใบแล้วเอาไปติดบนผนังรูปในบ้านเถอะ” สวี่ชิงอวี้ถือรูปครอบครัวไว้ ชอบจนแทบวางไม่ลง
เซี่ยงเถียนก็มองดูบ้าง รู้สึกว่าภาพค่อนข้างพร่า รายละเอียดบนใบหน้ามองไม่ชัด เห็นเพียงมุมปากที่ยกขึ้นของทุกคน แม้จะเป็นภาพขาวดำ แต่เสื้อผ้าสีอ่อนจะออกไปทางสีเทา ส่วนสีเข้มก็จะใกล้เคียงสีดำ
