ทั้งสองคนอาลัยอาวรณ์ไม่อยากจากกัน จึงนัดกันไว้ว่าอาทิตย์หน้าจะมาเล่นด้วยกันอีก
จิ่งโจวเองก็ตื่นเต้นมาก ไม่เคยมีเด็กคนไหนชอบเล่นกับเขาขนาดนี้มาก่อน ต่อให้เป็นเพราะหนังสือภาพสำหรับเด็ก เขาก็ดีใจอยู่ดี
เขาเก็บหนังสืออย่างทะนุถนอม ก่อนวิ่งเข้าครัวไปหาแม่ “แม่ ผมมาช่วยเติมไฟ”
“ได้สิ”
หลังกินข้าว จิ่งโจวยังคงเป็นคนล้างชามเหมือนเดิม ค่ำคืนนี้ยังอีกยาวไกล
“คุณมีวันหยุดอาทิตย์ละวัน แล้วทำไมฉันจะพักบ้างไม่ได้ล่ะ” หลังพายุสงบ เซี่ยงเถียนใช้นิ้วจิ้มอกจิ่งอวี่ชวนพลางเอ่ยถามอย่างเอาเรื่อง
จิ่งอวี่ชวนจับนิ้วเธอขึ้นมาจูบ “ครับ ๆ ผมนวดให้ก็ได้”
มือของเขาเลื่อนไปนวดเอวเซี่ยงเถียนแล้ว แต่กลับไม่พูดถึงเรื่องพักแม้แต่คำเดียว
เซี่ยงเถียนทำหน้าจริงจัง “คุณต้องเข้าใจนะ ชีวิตคนเรามีของอยู่แค่นี้ ถ้าใช้หมดตั้งแต่เนิ่น ๆ แล้วแก่ตัวไปจะทำยังไง เราต้องจัดสรรให้เหมาะสมสิ”
จิ่งอวี่ชวนกลั้นยิ้ม “ที่แท้เถียนเถียนก็เป็นห่วงความสุขในบั้นปลายของเรานี่เอง!”
เซี่ยงเถียนฟาดแขนเขาทีหนึ่ง “ไม่คุยกับคุณแล้ว ฉันจะนอน”
“นอนเถอะ”
จิ่งอวี่ชวนนวดเอวให้เธอเรื่อย ๆ ฝ่ามือใหญ่ค่อย ๆ เลื่อนขึ้นแล้วเปลี่ยนเป็นตบเบา ๆ จนเซี่ยงเถียนหลับสนิท เขาจึงโอบเธอไว้แล้วเข้าสู่ห้วงนิทราตามไป
วันเวลาผ่านไปทีละวัน อากาศก็ยิ่งหนาวขึ้น ตลอดสัปดาห์นี้เซี่ยงเถียนไม่อยากออกจากบ้านเลย ช่วงเช้าเธอเขียนต้นฉบับอยู่ที่บ้าน ส่วนจิ่งโจวนั่งอ่านหนังสือภาพสำหรับเด็กอยู่ข้าง ๆ
ช่วงบ่ายเธอสอนจิ่งโจวอ่านหนังสือและบวกลบเลขไม่เกิน 20
