“มองแบบนี้นาน ๆ เสียสายตานะ” จิ่งอวี่ชวนอดเอ่ยแทรกไม่ได้
“พ่อ”
“อาจิ่ง”
“อืม เอาโคมไฟตั้งโต๊ะกลับมาให้แล้ว เข้ามาดูในห้องรับแขกกัน”
“ไม่ต้องหรอก พวกเรากลับบ้านก่อนนะ” จ้าวซานเหออยากเข้าไป แต่จ้าวซานไห่ดึงตัวไว้ อาจิ่งกลับมาแล้ว ยังไงก็ต้องกินข้าวกัน พวกเขาจะเข้าไปทำไม?
จิ่งโจวเก็บหนังสือภาพสำหรับเด็ก แล้วเข้าไปในบ้านพร้อมกับจิ่งอวี่ชวน “พ่อ นี่โคมไฟตั้งโต๊ะเหรอ?”
เซี่ยงเถียนได้ยินเสียงจึงเดินออกมาดู พอเห็นจิ่งอวี่ชวนถือโคมไฟตั้งโต๊ะสองตัวอยู่ในมือ ฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีเส้นลวดเหล็กแข็งดัดโค้งเชื่อมกับหลอดไฟ ส่วนโคมครอบลงด้านล่าง ตอนยังไม่เปิดไฟดูคล้ายไมโครโฟนที่ใช้กระจายเสียงตามชนบท
“ทำไมเอากลับมาตั้งสองตัวล่ะ?”
“ในห้องเราก็ตั้งไว้ตัวหนึ่งด้วย” จิ่งอวี่ชวนปรับโคมไฟทั้งสองตัวที่โรงงานเรียบร้อยแล้ว หลอดไฟก็ขันใส่ไว้พร้อม โชคดีที่ตอนตกแต่งบ้านเว้นช่องเสียบปลั๊กไว้หลายจุด
ไม่คิดเลยว่าจะได้ใช้เร็วขนาดนี้
จิ่งอวี่ชวนจัดโคมไฟไว้ในห้องทั้งสองห้องเสร็จแล้วค่อยไปล้างมือ พอเห็นชามบนโต๊ะก็ถามว่า “พวกคุณไปตกปลากันมาอีกแล้วเหรอ?”
“คุณปู่เกาเอามาให้ ชามสองใบบนโต๊ะนั่นเอาไปให้คุณปู่เกาด้วยนะ” เซี่ยงเถียนตักน้ำแกงปลาใส่ชามให้หนึ่งชาม พร้อมปลาส้มผักดองอีกชิ้น
“ได้ เสี่ยวโจว ไปกัน เราสองคนเอาไปให้” จิ่งอวี่ชวนพาจิ่งโจวไปส่งปลาในลานหลังบ้าน
ช่วงเวลานี้ทุกคนต่างอยู่บ้านกินข้าวหรือไม่ก็ทำกับข้าว ปกติในลานจึงไม่ค่อยมีใคร แต่ตรงอ่างน้ำกลับมีเด็กสามคนจากตระกูลสวีนั่งยอง ๆ อยู่
