ในบ้านก็ไม่มีแสงไฟ หูอวี่เจ๋อลองผลักประตูโรงเก็บฟืนดู แม้จะไม่ได้ล็อก แต่ด้านนอกมีท่อนไม้กลมขัดประตูเอาไว้
อาจเป็นเพราะศักยภาพปะทุขึ้นมา เด็กหนุ่มวัยเพียง 15 ปีมีความมุ่งมั่นไม่ยอมถอยแม้แต่น้อย เขาฟันประตูไม้ที่ไม่ค่อยแข็งแรงด้วยมีดฟืนในมือ
ปลายมีดปักลึกเข้าไปในบานประตู พอดึงออกก็พาเศษไม้ชิ้นเล็ก ๆ หลุดตามมา ขีดเป็นรอยเลือดบาง ๆ บนใบหน้าเล็กที่สว่างเพียงครึ่งเดียว
แต่ไม่อาจสั่นคลอนแววตาแน่วแน่ของเด็กหนุ่มได้เลย เสียงฟันที่ดังขึ้นเรื่อย ๆ ดึงดูดคนในบ้านออกมา
แสงจันทร์ลอดผ่านรูที่ถูกฟันไว้ส่องเข้าไปในโรงเก็บฟืน เขาเตะประตูเข้าไปเต็มแรง ประตูพลันล้มครืน เด็กหนุ่มเหยียบผ่านบานประตูที่ก่อฝุ่นฟุ้งแล้วเดินออกมา
มือซ้ายถือมีดฟืน ทุกย่างก้าวเชื่องช้า ทว่ากลับทำให้คนทั้งห้าฝั่งตรงข้ามถอยกรูดไม่หยุด
“แก... แก...”
“ใจเย็นก่อน”
“ใช่ ๆ ใจเย็น... ใจเย็นก่อน...”
“แง ๆ ๆ...”
“...”
เสียงห้ามปรามปะปนกับความหวาดกลัว เสียงเด็กร้องไห้ถูกหญิงคนหนึ่งใช้มือปิดปากไว้ เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้น เขาจำผู้ชายที่ยืนอยู่หน้าสุดได้ ตอนเกิดไฟไหม้เป็นคนนี้ที่ดึงเขาไว้ ไม่ให้พุ่งเข้าไป เขาเคยได้ยินคนอื่นเรียกผู้ชายคนนั้นว่า “...ผู้ใหญ่บ้าน?”
“เอ่อ ๆ...” ผู้ใหญ่บ้านพยุงขาที่อ่อนแรงของตัวเองไว้ “วางมีดฟืนลงก่อน”
หูอวี่เจ๋อยกมือซ้ายขึ้น “พี่สาวผมอยู่ไหน?”
หญิงที่อยู่ด้านหลังดึงเด็กหมายจะพาเข้าบ้าน หูอวี่เจ๋อรีบกวัดแกว่งมีดฟืนในมือ เสียงดังขึ้นอีกเล็กน้อย “พี่สาวผมอยู่ไหน?”
