เซี่ยงเถียนเองก็ตกอยู่ในอาการตกใจ มือยังเปื้อนคราบเลือดที่แห้งกรัง เธอกำหมัดโดยไม่รู้ตัว มองเฉินเฟิงที่คุกเข่าอยู่ตรงนั้น แล้วหันไปมองหลิวถิงถิงที่เดินวนไปมา
เซี่ยงเถียนก้าวเข้าไปหาเฉินเฟิงสองสามก้าวแล้วบอกว่า “เรื่องพ่อแม่ของหลิงหลิง ฉันไปแจ้งให้เอง”
เฉินเฟิงพิงศีรษะกับประตูห้องผ่าตัด น้ำตาหยดโตไหลลงมาไม่ขาดสาย พอได้ยินเซี่ยงเถียนพูดก็ซุกหน้าลงกับข้อพับแขน ตอบเสียงอู้อี้ว่า “รบกวนเธอแล้ว”
หลิวถิงถิงถอนหายใจเบา ๆ แล้วถามเซี่ยงเถียนว่า “ให้ฉันไปด้วยไหม?”
“ไม่ต้อง ฉันไปเองได้” เซี่ยงเถียนยังจำทางได้ ก่อนหน้านี้เคยไปครั้งหนึ่งแล้ว
“ได้” หลิวถิงถิงมองไฟที่สว่างขึ้นเหนือห้องผ่าตัด หลับตาอธิษฐานเงียบ ๆ ขอให้หลิงหลิงปลอดภัย และขอให้เด็กในท้องปลอดภัยด้วย
เซี่ยงเถียนวิ่งเหยาะ ๆ ไปบ้านซุนเหมียว
“พี่ซุน”
“เกิดอะไรขึ้น?” ซุนเหมียวนั่งเย็บผ้าอยู่ตรงประตูรั้ว ถือกระบะใส่อุปกรณ์เย็บผ้าไว้ในมือ พอเห็นเซี่ยงเถียนวิ่งหอบเข้ามา ผมเผ้ายุ่งเหยิง ชายเสื้อเปื้อนเลือด ก็สะดุ้งตกใจ
“หลิงหลิงตกบันไดที่โรงงานเหล็กกล้า ตอนนี้อยู่โรงพยาบาล...”
โครม!
กระบะอุปกรณ์เย็บผ้าร่วงลงพื้น หลอดด้ายหลายหลอดกลิ้งกระจายไปคนละทิศ เสื้อผ้าในมือก็หล่นลงมาด้วย “หลิงหลิง หลิงหลิงเป็นยังไงบ้าง?”
“ยังอยู่ในห้องผ่าตัดค่ะ ตอนนี้เราไปโรงพยาบาลกันเถอะ”
“ไปโรงพยาบาล” ซุนเหมียวพูดทวนอย่างทำอะไรไม่ถูก ขาแข็งจนก้าวไม่ออก
“รีบไปสิ! ฉันจะไปบอกหลินเถี่ยเซิงให้” เพื่อนบ้านที่นั่งเย็บผ้าคุยกับซุนเหมียวอยู่รีบลุกขึ้นผลักเธอเบา ๆ
