เซี่ยงเถียนส่ายหน้า รู้สึกมึนหัวอยู่บ้าง “ฉันแค่อยากนอนสักตื่น”
“งั้นก็นอนเถอะ” สวี่ชิงอวี้กับจิ่งอวี่ชวนเดินออกจากห้องนอน ก่อนกำชับเขา “ไปดูสิว่าพอจะซื้ออะไรบำรุงเลือดได้บ้าง กินเลือดก็ต้องกินให้ตรงกับที่เสียไป เลือดหมูหรือเลือดเป็ดก็ได้ ถ้าไม่ได้จริง ๆ...” เธอลดเสียงลงเล็กน้อย “ก็ไปหาซื้อที่นั่น”
จิ่งอวี่ชวนพยักหน้า “ได้ครับ แล้วพี่สาวผมกับเสี่ยวโจวล่ะครับ?”
“สองคนนั้นออกไปเดินเล่นแล้ว รีบไปเถอะ”
“ถ้าเถียนเถียนตื่นแล้ว แม่ช่วยรินน้ำให้เธอดื่มหน่อยนะครับ” จิ่งอวี่ชวนกำชับด้วยความเป็นห่วง
“ไม่ต้องห่วง”
เซี่ยงเถียนหลับสนิทจนถึงเจ็ดโมงเช้าของวันถัดมาแล้วยังไม่ตื่น จิ่งอวี่ชวนเริ่มกลัวขึ้นมาบ้างแล้ว “เถียนเถียน เถียนเถียน?”
“อืม?” เซี่ยงเถียนครางเบา ๆ พลิกตัวไปอีกด้าน พอคิดจะยกมือก็รู้สึกว่าไม่มีแรงไปทั้งตัว
จิ่งอวี่ชวนถือแก้วน้ำตาลทรายแดง ประคองเซี่ยงเถียนให้ลุกขึ้นอย่างระมัดระวัง “ดื่มน้ำสักหน่อย”
เซี่ยงเถียนทำท่าขัดขืน มองน้ำสีน้ำตาลแดงในแก้ว...เอ่อ รู้สึกกลืนไม่ลงเลย
เธอสูดหายใจลึก ๆ ก่อนดื่มจนหมดแล้วลุกจากเตียง สิ่งที่รออยู่คือเลือดเป็ดผัดไข่ จานตับหมูผัดพริกหยวก และโจ๊กข้าวฟ่างใส่น้ำตาลทรายแดงชามโต...
“แม่ นี่อาหารเช้าเหรอ?” เซี่ยงเถียนถามอย่างไม่แน่ใจ
“ใช่ อาหารเช้า กลางวันแม่จะทำแกงผักโขมใส่ตับหมูให้”
เซี่ยงเถียน “...” เหงื่อเริ่มซึมเต็มหน้าผาก “ไม่ต้องก็ได้มั้งคะแม่”
“ไม่มีกลิ่นคาวเลย ลองชิมดูสิ” สวี่ชิงอวี้รู้ว่าเซี่ยงเถียนไม่ชอบกินเครื่องใน “แม่แช่น้ำพริกไทยเสฉวนไว้ตั้งสองชั่วโมงกว่า”
