ป้าหานไม่ได้ปิดบังอะไร พูดออกมาตรง ๆ ว่า “ลานกลางมีคนอยู่เยอะกว่า มีบ้านตั้ง 8 หลัง วันนี้เธอก็เห็นบ้านตระกูลหลัวแล้ว อยู่ตรงมุมตะวันตกเฉียงเหนือของลานกลาง บ้านหลังแรกทางใต้ของบ้านเธอแซ่หวัง เป็นคู่สามีภรรยาสูงอายุ บ้านหลังนั้นเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของพวกเขา ส่วนบ้านที่อยู่เยื้องกันตรงมุมตะวันออกเฉียงเหนือของลานกลาง เป็นบ้านของครอบครัวลูกชายคนโต”
พูดถึงตรงนี้ ป้าหานก็เบ้ปาก “บ้านนี้เธออย่าไปข้องแวะมากนัก ลูกชายคนโตของบ้านนั้นแต่งงานกับแม่หม้าย ฉันก็ไม่รู้ว่าสองตายายคิดยังไง ไม่เอาลูกชายคนรองที่เรียนจบมัธยมปลายสายอาชีพ กลับเอ็นดูลูกชายคนโตคนนี้เป็นพิเศษ
แม่หม้ายนั่นพาลูกสาวมาด้วย แต่งเข้าบ้านมา 2 ปีแล้วก็ยังไม่ตั้งท้องอีกสักคน ทำเอาสองตายายทะเลาะโวยวายกันอยู่ในลานกลางทุกวัน ด่าว่าเธอเป็นแม่ไก่ที่ออกไข่ไม่ได้”
เซี่ยงเถียนกะพริบตาปริบ ๆ บ้านแรกก็มีเรื่องประหลาดขนาดนี้แล้วเหรอ?
เธอเอาใจป้าหานเต็มที่ “ป้าหาน แบบนี้สิถึงต้องเป็นป้า!”
ป้าหานส่งสีหน้าภูมิใจให้เซี่ยงเถียน ก่อนพูดต่อ “บ้านทางใต้ของตระกูลหวังมีหนุ่มอยู่คนเดียว ชื่อฉินเทียน เป็นคนซื่อ ๆ เพิ่งย้ายมาก็โดนยายหม่า ซึ่งอยู่ตรงข้ามบ้าน หลอกให้ซื้อเนื้อไปตั้ง 1 ชั่ง!”
“หลอกยังไงเหรอ?”
“ยายหม่าคนนั้นเป็นคนไร้ญาติ ไม่มีลูกไม่มีหลาน วันที่ฉินเทียนย้ายมา ยายหม่าแกนั่งอยู่หน้าบ้านตรงทางเดินจากลานหน้ามาลานกลาง พอฉินเทียนขนของ ยายแกก็ยืนกรานว่าเขาชนตัวเอง แล้วนั่งแหมะกับพื้นไม่ยอมลุก
ฉินเทียนกลัวจนเกือบจะแบกยายหม่าไปโรงพยาบาลอยู่แล้ว สุดท้ายยายแกบอกว่าแค่ซื้อเนื้อ 1 ชั่งมาให้บำรุงก็พอ!”
