จิ่งอวี่ชวนรู้สึกเหมือนมีเครื่องหมายคำถามตัวใหญ่สามตัวผุดขึ้นเหนือศีรษะ “อะไรนะ?”
จิ่งจวิ้นกังอยากเล่าเรื่องนี้ให้คนอื่นฟังจนแทบอดใจไม่ไหว
“หลี่ซิงต้องใช้เลือดเนื้อของลูกสาวแท้ ๆ มาทดลอง เลยวางแผนทำให้จิ่งอวี่หลันท้อง ตอนนั้นเขาพาเธอมาที่เมืองมู่ แต่จิ่งอวี่หลันอาจจะกลัว เลยหนีกลับบ้านไปก่อนคลอด สุดท้ายกลับเอาเลือดเนื้อของตัวเองส่งให้หลี่ซิงด้วยมือของตัวเองที่โรงพยาบาล หลี่ซิงเอาลูกของพี่สาวแกที่เขาขโมยมาไปสลับให้เธอ”
แม้แต่จิ่งจวิ้นกังเองก็ยังรู้สึกว่าเรื่องนี้เหลวไหล คนบ้าที่เอาหลานชายแท้ ๆ ของตัวเองมาทดลองกับมนุษย์ กลับมีความรักแบบพ่อได้ด้วยหรือ?
เขาหัวเราะเยาะ ก่อนพูดต่อ “เดิมทีคิดจะใช้เด็กที่มีสายเลือดเดียวกันมายืนยันสถานะของจิ่งอวี่หลัน ใครจะคิดว่ายัยโง่นั่นจะก่อเรื่องจนตัวเองตกอยู่ในสภาพนี้”
จิ่งอวี่ชวนกดขมับที่เต้นตุบ ๆ ฟันกรามด้านหลังก็ปวดขึ้นมาด้วย “หมายความว่า ตั้งแต่เริ่มท้อง จิ่งอวี่หลันก็รู้แล้วว่าเธอไม่ใช่พี่สาวแท้ ๆ ของผม”
จิ่งจวิ้นกังเงียบไป เขานึกขึ้นได้ว่าตั้งแต่จิ่งอวี่หลันอุ้มท้องกลับมา เธอก็เริ่มมีท่าทีผิดปกติไปทั้งคน
พวกเขาคิดมาตลอดว่าเป็นเพราะช่วงที่อยู่ข้างนอกเธอผ่านความลำบากมามาก จึงคอยอดทนและยอมให้เธอทุกเรื่อง
ตอนนั้นจิ่งอวี่หลันคงคิดว่าพวกเขาเป็นคนโง่สินะ หลอกพวกเขาจนหัวหมุน
จากบันทึกประจำวัน เขายังปะติดปะต่อเรื่องได้ว่าอันธพาลที่ทำให้จิ่งอวี่หลันท้องก็เป็นฝีมือของหลี่ซิงเช่นกัน เพราะโม่ซีตั้งท้อง ความคิดในหัวของหลี่ซิงจึงกลายเป็นความจริง
