จิ่งอวี่ชวนไม่ได้พยักหน้าหรือส่ายหน้า กลับถามต่อว่า “ถ้าสมมติว่า…ถ้าจิ่งอวี่หลันไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของแม่ แม่จะทำยังไง?”
สวี่ชิงอวี้ไม่ใช่คนโง่ จิ่งอวี่ชวนถามเรื่องนี้ซ้ำไปซ้ำมาหลายครั้ง จนในใจเธอมั่นใจในคำตอบนั้นแล้ว
เสียใจไหม?
ดูเหมือนจะไม่
แต่ท่าทางที่ลุกขึ้นกลับเผยให้เห็นว่าเธอไม่สงบนัก
ไหมพรมกลุ่มนั้นกลิ้งตกพื้นตามแรงขยับของสวี่ชิงอวี้ เส้นไหมถูกดึงออกมายาวเหยียด ปลายอีกด้านยังต่ออยู่กับเข็มโครเชต์ที่วางบนโซฟา
“ในบ้านยังมีถั่วฝักยาวอยู่ เที่ยงนี้ผัดถั่วฝักยาวได้ไหม?”
“แม่” จิ่งอวี่ชวนลุกขึ้นเก็บไหมพรม เส้นไหมที่ต่อกับเข็มโครเชต์ขวางทางสวี่ชิงอวี้ไว้ “วันยี่สิบเก้าเดือนสิบสอง ผมเจอแม่แท้ ๆ ของจิ่งอวี่หลัน”
สวี่ชิงอวี้ไม่ได้พูดอะไร เธอรับไหมพรมมาอย่างเหม่อลอย มืออีกข้างเผลอคลี่เส้นไหมแล้วพันรอบลูกไหมไปสองรอบ
“พ่อผม…เขาตามหาพี่สาวเจอแล้ว”
ไหมพรมหลุดมือ กลิ้งไปไกลจนเข็มโครเชต์บนโซฟาตกลงพื้นตามไปด้วย
สวี่ชิงอวี้คว้ามือจิ่งอวี่ชวนไว้ทันที ริมฝีปากสั่นระริก ดวงตาจับจ้องเขาแน่วนิ่ง แรงบีบจากมือทำให้จิ่งอวี่ชวนรู้สึกเจ็บเล็กน้อย
เขาอาศัยแรงนั้นพาสวี่ชิงอวี้ไปนั่งบนโซฟา แล้วกุมมือเธอกลับ นิ้วมือเย็นเฉียบและสั่นน้อย ๆ น้ำตาราวกับเขื่อนแตก ไหลท่วมจนสายตาของสวี่ชิงอวี้พร่าเลือน
เสียงร้องไห้ไม่ดังนัก คล้ายลูกสัตว์ตัวน้อย “พ่อของลูก…พ่อเขา…”
