ตลอดสองวัน ไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาอีก บ้านดูเหมือนทุกอย่างยังเหมือนเดิม แต่ก็เหมือนทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว
จิ่งจวิ้นกังที่อยู่ไกลถึงเมืองมู่ ช่วงสองวันนี้ได้สัมผัสความรู้สึกเหมือนถูกขังอยู่ในคุกอย่างแท้จริงภายในห้องพักเล็ก ๆ
สองวันนี้หม่าเจี้ยนหัวก็ไม่ได้อยู่ในคุกเช่นกัน ก่อนจากไป เขายังกำชับอีกฝ่ายเป็นพิเศษว่า “หู่จื่อ ช่วงนี้เมืองมู่คงไม่สงบ อย่าออกไปไหนจะดีกว่า”
“อืม” จิ่งจวิ้นกังเป็นคนว่าง่ายมาก
“คราวนี้ยกความดีความชอบอันดับหนึ่งให้นายเลย” หม่าเจี้ยนหัวถูมือพลางยิ้มยิงฟัน เขาอารมณ์ดีจริง ๆ เพราะการเปิดโปงห้องทดลองในอำเภอตงเฉียวทำให้หนอนบ่อนไส้จำนวนไม่น้อยถูกเปิดโปงตามไปด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังพบรายชื่อชุดหนึ่งในข้อมูลการทดลอง ไม่คิดเลยว่ากองกำลังตกค้างที่ไม่ได้อพยพออกไปในตอนนั้นจะหลบซ่อนอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ แถมยังก่อตั้งเครือข่ายข่าวกรองที่มีขนาดไม่เล็กขึ้นมาได้
เรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะควบคุมได้อีกแล้ว ทางผู้บังคับบัญชาอาวุโสได้จัดการเอาไว้เรียบร้อย สิ่งที่เขาต้องทำคือรักษาความสงบในพื้นที่เมืองมู่ของตัวเองให้ได้
ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น จากการวิเคราะห์ข้อมูลในรายงานการทดลอง เนื้อหาการทดลองกับมนุษย์อันโหดร้ายไร้มนุษยธรรมนี้ก็เริ่มปรากฏออกมาแล้ว
ไม่รู้เหมือนกันว่าหลี่ซิงเป็นคนกลัวตายหรือไม่กลัวตายกันแน่
จะบอกว่าเขากลัวตายก็ใช่ เพราะการทดลองกับมนุษย์ของเขากลับเป็นเรื่องการฟื้นฟูและถ่ายโอนเซลล์ พูดง่าย ๆ ก็คือการมีชีวิตเป็นอมตะ
แต่จะบอกว่าเขาไม่กลัวตายก็ใช่ เพราะเขาบ้าคลั่งถึงขั้นใช้ร่างกายตัวเองเป็นหนูทดลอง ส่วนเหตุผลที่ต้องเป็นสายเลือดของจิ่งอวี่หลัน ก็เพราะหลังจากล้มเหลวมานับครั้งไม่ถ้วน หลี่ซิงคาดการณ์ว่าการถ่ายโอนและฟื้นฟูเซลล์ระหว่างญาติสายเลือดเดียวกันเป็นวิธีที่มีโอกาสสำเร็จมากที่สุด
