เช้าวันนั้น เซี่ยงเถียนตื่นแต่เช้า มือกุมเอวที่ปวดเมื่อยเล็กน้อย ก่อนจะนวดโคนขาที่รู้สึกไม่สบายอีกสองสามที…
เธออดไม่ได้ที่จะเตะจิ่งอวี่ชวนไปทีหนึ่ง แต่ข้อเท้ากลับถูกคว้าไว้ เสียงแหบพร่าราวกับเพิ่งตื่นนอนดังขึ้นว่า “อืม?”
เซี่ยงเถียนพยายามดึงข้อเท้ากลับ จู่ ๆ นิ้วเท้าก็ถูกงับเข้าให้ เธอตกใจจนพาจิ่งอวี่ชวนออกจากซูเปอร์มาร์เก็ตมิติไปด้วย แล้วทั้งคู่ก็ร่วงลงบนเตียงใหญ่ในห้องนอน
จิ่งอวี่ชวนเองก็ถูกทำเอามึนงงไปไม่น้อย
เซี่ยงเถียนฉวยโอกาสวิ่งหนีไปทันที หลังล้างหน้าแปรงฟันเสร็จก็พูดทิ้งท้ายว่า “ฉันไม่กินมื้อเช้าแล้วนะ ไปโรงเรียนก่อน”
จิ่งอวี่ชวนยืนพิงกรอบประตู กอดอกพลางส่ายหน้าขำ ๆ ก่อนจะไปล้างหน้าแปรงฟัน เตรียมตัวไปทำงานเช่นกัน
เซี่ยงเถียนวิ่งเหยาะ ๆ มาถึงโรงเรียนแล้ว แต่ยังหายใจไม่ทันทั่วท้อง เสียงของฉินหนิงก็ดังขึ้นจากด้านหลัง “เซี่ยงเถียน มาเช้าจังเลยนะ”
“ค่ะ อาจารย์ฉิน” เซี่ยงเถียนขานรับอย่างว่าง่าย
“ดีเลย ไปห้องอาจารย์ลู่อวี้เสี่ยวกับฉันสิ”
“ได้ค่ะ” ในเมื่อเธอตัดสินใจแล้ว เซี่ยงเถียนก็ไม่มีอะไรต้องลังเล เธอแอบสูดหายใจลึก ๆ อยู่หลายครั้งก่อนจะเดินตามฉินหนิงไป
ห้องทำงานของลู่อวี้เสี่ยวอยู่บนชั้นห้า ตรงชานพักบันไดมีกระจกเงาบานเต็มตัว เซี่ยงเถียนจึงจัดเสื้อผ้าโดยไม่รู้ตัว
วันนี้เธอสวมกี่เพ้าสีขาวนวลลายกลีบดอกไม้สีเหลือง กลีบดอกดูราวกับมีคนโปรยลงมาจากฟากฟ้าแต่งแต้มอยู่บนผืนผ้า ขอบคอเสื้อ ปลายแขน และชายกระโปรงกุ๊นด้วยสีแดง กระดุมจีนตรงสาบเฉียงก็เป็นสีแดงเช่นกัน ชายกระโปรงผ่าขึ้นไปเหนือเข่าเล็กน้อย ยามก้าวขึ้นบันได ผ้าก็พลิ้วไหวซ้ายขวาตามจังหวะ
