“สหาย สวัสดีครับ” หลี่เซิ่นสิงเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน จิ่งอวี่ชวนเข้าใจดีว่าเขาไม่อยากให้คนอื่นคิดว่าพวกเขารู้จักกัน แล้วจะพัวพันกันไม่จบไม่สิ้นในภายหลัง
จิ่งอวี่ชวนให้ความร่วมมือด้วยการพยักหน้า “สวัสดีครับ ขอถามหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้นหรือครับ?”
“เราได้รับแจ้งว่าพวกคุณไปซื้อเนื้อที่ตลาดมืด เลยมาไต่ถามดูครับ”
คนที่มามุงดูต่างงุนงงกันเป็นแถว คนของคณะกรรมการปฏิวัติสุภาพขนาดนี้เลยหรือ?
จิ่งอวี่ชวนกวาดตามองไปรอบ ๆ หญิงชราซวียืนทำหน้าภูมิใจอยู่ข้าง ๆ ส่วนคนที่มามุงดูเป็นคนในลานบ้านที่ไม่มีงานทำ แต่บนใบหน้ากลับไม่มีแววสมน้ำหน้า
โดยเฉพาะผู้เฒ่าสามคนที่ยืนอยู่หน้าบ้านของเขา จิ่งอวี่ชวนรู้สึกอบอุ่นในใจ จึงยิ้มแล้วเอ่ยว่า “คุณปู่เกา คุณปู่เหอ ป้าหาน ขอบคุณนะครับ”
คุณปู่เกาโบกมือ “ไม่เป็นไรหรอก”
หลี่เซิ่นสิงพยายามข่มใจไม่ให้กลอกตา เขาไม่ได้คิดจะพังประตูเข้าไปสักหน่อย ทำเหมือนเขาเป็นโจรคอยเฝ้าประตูอย่างนั้นแหละ
น้อยใจ...
แต่ก็ต้องทำหน้าเย็นชาไว้
ทั้งสามคนที่ตามเขามาด้านหลังแม้จะไม่รู้ว่าทำไมพี่หลี่ถึงยืนรอให้ครอบครัวนี้กลับมา พอเห็นจิ่งอวี่ชวนก็เข้าใจขึ้นมา ทั้งยังโล่งใจที่พวกเขารออย่างว่าง่าย ไม่แม้แต่จะพูดเสียงดัง
ใครกัน?
กล้าแจ้งจับพี่จิ่งด้วยหรือ?
“ผมทำอะไรตรงไปตรงมา ไม่กลัวเงาตัวเองหรอกครับ เชิญตามสบาย” จิ่งอวี่ชวนเปิดประตูอย่างสงบนิ่ง พร้อมผายมือเชื้อเชิญ
หลี่เซิ่นสิงเดินเข้าไปในบ้านก่อน พอกำลังจะเรียกคนด้านหลังให้ตามมา ก็มีเสียงขึ้นลำปืนดังมาจากนอกฝูงชน “หลีกไป ฉันอยากเห็นว่าใครกล้าค้นบ้าน!”
