“ขอโทษนะ ขอโทษจริง ๆ” จิ่งจวิ้นกังรีดเค้นพละกำลังจากกล้ามเนื้อทุกมัดในร่าง ก่อนจะผละออกจากแผงอกกำยำนั้นอย่างรวดเร็ว
มุมปากของหลินซงอวี่กระตุก พ่อตาที่กำลังจะได้พบหน้ากันคนนี้ช่างน่าสนใจจริง ๆ
เขาหันไปมองโม่ซี เห็นมุมปากของเธอกระตุกเหมือนกัน รอยกระตุกที่มุมปากของหลินซงอวี่ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม
“ทางนี้ ทางนี้” จิ่งจวิ้นกังเดินสลับเท้าอย่างเก้ ๆ กัง ๆ แถมยังเป็นแบบที่พยายามปรับอยู่หลายรอบก็ยังแก้ไม่หาย
หลินซงอวี่กับโม่ซีเดินตามหลัง สบตากันแวบหนึ่ง แววตาทั้งคู่ผ่อนคลายลงไม่น้อย อย่างไรเสียคนที่อยู่ข้างหน้าดูประหม่ากว่าพวกเขาเสียอีก
โดยเฉพาะตอนจิ่งจวิ้นกังพาพวกเขามาถึงรถจี๊ป แล้วเปิดประตูเบาะหลังให้
โม่ซีเห็นขวดน้ำเกลือที่จัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ จึงยื่นมือไปแตะ จิ่งจวิ้นกังรีบพูดทันที “ขึ้นรถสิ ขึ้นรถ เอามือมาอุ่นก่อน ผ้าขนหนูก็เป็นผืนใหม่”
หลินซงอวี่กับโม่ซีนั่งอยู่เบาะหลัง ต่างคนต่างประคองขวดน้ำเกลือไว้ในมือ จิ่งจวิ้นกังเหลือบมองอยู่เป็นระยะ ลูกสาวของเขา... ฮิ ๆ ๆ... น่ารักจริง ๆ
ห้านาทีต่อมา รถจี๊ปก็จอดลง
จิ่งจวิ้นกังกุลีกุจอลงจากรถ เปิดประตูฝั่งโม่ซีให้ แล้วยังพยายามจะช่วยถือกระเป๋าใบใหญ่ในมือหลินซงอวี่อีกด้วย
“ฉันจัดห้องไว้ให้แล้ว พวกคุณพักกันก่อนนะ” จิ่งจวิ้นกังชี้ไปยังห้องข้าง ๆ “ห้องฉันอยู่ตรงนี้ มีอะไรก็มาหาฉันได้”
“...ขอบคุณค่ะ” โม่ซีไม่รู้จะเรียกเขาอย่างไรดี จึงกล่าวขอบคุณพร้อมพยักหน้า
