“กินปาท่องโก๋ไหม?” จิ่งอวี่ชวนฉีกปาท่องโก๋ของตัวเองออกเป็นสองส่วน แล้วยื่นให้เซี่ยงเถียนครึ่งหนึ่ง
“ขอบคุณนะ” เซี่ยงเถียนกัดไปคำหนึ่ง แม้กินเปล่า ๆ ก็ยังเคี้ยวเพลินดี
กินเสร็จแล้ว จิ่งอวี่ชวนก็หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้วยื่นให้เซี่ยงเถียนอย่างใจเย็น “เช็ดมือสิ”
เซี่ยงเถียนแปลกใจอยู่ไม่น้อย เธอไม่เห็นรู้เลยว่าจิ่งอวี่ชวนมีนิสัยพกผ้าเช็ดหน้าด้วย?
เพียงแต่ผ้าเช็ดหน้าสีน้ำเงินเข้มสลับฟ้าอ่อนผืนนั้นมีคราบน้ำมันติดอยู่หลายจุด “ซักออกไหม?”
“ออก” จิ่งอวี่ชวนรับกลับมา เช็ดมือตัวเองแล้วส่งต่อให้จิ่งโจว “เช็ดไหม?”
จิ่งโจวอยากบอกว่าไม่เช็ด แต่สุดท้ายก็รับมา ได้ยินพ่อพูดว่า “เช็ดแล้วก็เก็บใส่กระเป๋าให้เรียบร้อย”
เขาไม่เช็ดแล้ว...จะยังทันไหมนะ?
จิ่งโจวเก็บผ้าเช็ดหน้าใส่กระเป๋ากางเกง จิ่งอวี่ชวนก็อุ้มเขาขึ้นไปนั่งบนคานหน้า
โรงพยาบาลมักอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อฉุน ๆ และเป็นสถานที่ที่ได้เห็นการพรากจากกันของคนเป็นคนตายมามากมาย
พวกเขาเพิ่งจอดรถ เตรียมจะเข้าไปข้างใน ก็เห็นคนกลุ่มหนึ่งวิ่งพรวดพราดเข้ามาจากหน้าประตู
จิ่งอวี่ชวนดึงเซี่ยงเถียนหลบไปด้านข้างเล็กน้อย ก่อนเห็นผู้ชายสองคนหามชายอีกคนวิ่งเข้าไปข้างใน พลางตะโกนเสียงดังว่า “หมอครับ! หมอ ช่วยด้วย! หมอ!”
“วางบนเตียงนี่เร็ว!” พยาบาลเห็นแล้วรีบเข็นเตียงเคลื่อนที่มาให้
เลือดบนพื้นดูสะดุดตาจนน่าตกใจ ชายที่ถูกหามนอนตะแคงศีรษะอยู่บนเตียง หลับตาสนิท หมดสติไปแล้ว แต่ปากยังคงพ่นเลือดออกมาไม่หยุด เลือดบนพื้นยังปนเปื้อนเศษอะไรบางอย่างที่ดูคล้ายเนื้อ มือเท้ากระตุก ร่างกายแทบไม่มีลมหายใจเข้าแล้ว
