เธอนึกว่าไม่มีอะไรแล้ว แต่พอลองคลำดูอีกครั้ง ใต้ผ้าอ้อมยังมีของแข็ง ๆ อยู่บ้าง พอเปิดดูก็เห็นขวดนมแก้วซ่อนอยู่ตรงกลางผ้าอ้อม
“เสี่ยวเป่ย” จางเสี่ยวหนานอุทานอย่างประหลาดใจ ของแบบนี้เซี่ยงเถียนยังหามาได้ แม้แต่ห้างมิตรภาพพวกเธอยังไม่เห็นว่ามีขายเลย
เซี่ยงเป่ยกลับยิ้มออกมา เด็กสาวที่เอาแต่เดินตามเขาต้อย ๆ แล้วอาศัยบารมีเขาข่มคนอื่นคนนั้น โตขึ้นจริง ๆ แล้วสินะ
รถไฟยังคงแล่นต่อไป...
เที่ยงวันถัดมา เซี่ยงเถียนกับจิ่งอวี่ชวนเดินไปยังตรอกแห่งหนึ่ง ตรอกนั้นค่อนข้างห่างไกล มีบ้านอยู่เพียงสามหลัง ทั้งยังตั้งห่างกันพอสมควร ทั้งสองเคาะประตูบ้านหลังที่สามซึ่งอยู่ด้านในสุด
“ใครน่ะ?”
“ลุงหยวนครับ”
ประตูเปิดออก สิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตาคือเสื้อบุนวมเก่าโทรมตัวหนึ่ง บางจุดถึงกับมีนุ่นทะลักออกมา แถมนุ่นยังทั้งดำทั้งแข็ง ดูก็รู้ว่าไม่อุ่นเลย
เมื่อประตูเปิดออกหมด เสื้อบุนวมตัวนั้นก็ถูกเรือนร่างอ้วนท้วนดันจนพอง เซี่ยงเถียนอดสงสัยไม่ได้ว่าเงินทั้งหมดของคนคนนี้คงเอาไปกินหมดแล้ว
สูงไม่ถึง 170 เซนติเมตรก็คงหนัก 170 ชั่งแล้วมั้ง!
อาจจะหนักเกิน 170 ชั่งด้วยซ้ำ เพราะพุงดันกระดุมเสื้อบุนวมจนเกิดช่องว่างเล็ก ๆ ระหว่างเม็ดกระดุมสองเม็ด
“เข้ามาสิ ยังอยู่ในห้องนั้น ไปได้เลย”
“ได้ครับ”
เซี่ยงเถียนเดินตามเข้าไป เป็นเรือนชั้นในแบบมีลานสองชั้น ลานแรกไม่มีอะไรแตกต่าง บ้านดูเหมือนสร้างต่อเติมกันอย่างสะเปะสะปะโดยผู้อยู่อาศัยหลายครอบครัว
แต่พอเข้าไปถึงลานชั้นในก็แตกต่างไปโดยสิ้นเชิง กลางลานยังมีภูเขาจำลอง ข้าง ๆ มีบ่อน้ำด้วย เซี่ยงเถียนมองแวบหนึ่ง เห็นว่ามีปลาคาร์ปเลี้ยงอยู่ แถมตัวอ้วนไม่น้อย
