หลินเถี่ยเซิงอึ้งไปชั่วขณะ ซุนเหมียวก็ถามต่อทันทีว่า “บอกที่อยู่บ้านให้เถียนเถียนกับถิงถิงรู้หรือยัง?”
“...ยัง ยังไม่ได้บอก” หลินเถี่ยเซิงก้มตัวลงเล็กน้อย มองซุนเหมียวที่นั่งอยู่ตรงประตูครัว แล้วพลันรู้สึกไม่รู้จะทำอย่างไรดี
ซุนเหมียวสงสัย ก่อนจะคิดอะไรต่อมิอะไรขึ้นมาได้มากมาย เธอรีบวิ่งเข้ามาหา “คุยกับโจวเฉียนจิ้นไม่ลงตัวเหรอ?”
“เปล่า” หลินเถี่ยเซิงรับกระด้งจากมือซุนเหมียว “ไปพักก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันคัดเอง”
“เล่าให้ฉันฟังหน่อยสิ คุยอะไรกันบ้าง แล้วเป็นยังไง?”
หลินอวี้หลิงได้ยินเสียงเหมือนกัน จึงแง้มประตูออกมานิดหนึ่ง พอไม่ได้ยินอะไร เธอก็เดินออกมา “พ่อ กลับมาแล้วเหรอคะ”
“อืม” หลินเถี่ยเซิงเอียงตัวเล็กน้อย ถือกระด้งเดินเข้าครัว “พวกเธอสองคนวางใจได้ พ่อคุยจบหมดแล้ว โจวเฉียนจิ้นไม่กล้ามาหาเธออีกแน่” เขาหยิบถั่วเหลืองแห้งเหี่ยวขึ้นมาสองสามเมล็ด ก่อนจะพูดต่อ “ช่วงสองสามวันนี้ พ่อจะไปรับไปส่งตอนเธอไปทำงานกับเลิกงาน”
หลินอวี้หลิงอยากปฏิเสธ แต่พอเห็นแววตาหนักแน่นของพ่อก็พยักหน้า “ได้ค่ะ”
เซี่ยงเถียนกับจิ่งอวี่ชวนไม่ได้กลับบ้านทันที พวกเขาแวะไปที่ไปรษณีย์เพื่อรับค่าต้นฉบับของเดือนก่อน จากนั้นก็ปั่นอ้อมตรอกออกมา โดยมีตะกร้าสองใบห้อยอยู่ที่แฮนด์รถ แล้วมุ่งหน้าไปสหกรณ์ร้านค้า
“พี่สะใภ้รอง” เซี่ยงเถียนเห็นว่าไม่มีลูกค้าอยู่หน้าเคาน์เตอร์ของเก๋อเสี่ยวลี่ จึงยิ้มพลางโบกมือให้
“ช่วยดูเคาน์เตอร์ให้หน่อยนะ” เก๋อเสี่ยวลี่พูดกับคนที่เคาน์เตอร์ข้าง ๆ อย่างดีใจ ก่อนจะเดินออกมา “วันนี้พวกเธอสองคนไม่ไปทำงานเหรอ?”
