เซี่ยงเถียนตื่นขึ้นมาทันทีที่จิ่งอวี่ชวนเพิ่งออกไป เธอรู้สึกหนักหัวโหวงเหวงไปทั้งตัว พลิกไปพลิกมาก็ยังไม่สบาย ในท้องเหมือนมีคนตัวจิ๋วกำลังใช้ค้อนเล็ก ๆ ทุบเธออยู่ แม้แรงจะไม่มาก แต่ก็ชวนให้กระสับกระส่ายทรมานใจ ทั้งยังไม่มีทางแก้
โดยเฉพาะเมื่อเห็นว่าข้างเตียงไม่มีใครแล้ว เซี่ยงเถียนก็เบะปากอย่างน้อยใจ...
คนตัวจิ๋วในท้องราวกับวิ่งไปอยู่ที่หัวใจ ค้อนเล็ก ๆ นั่นเหวี่ยงไปมาอย่างคล่องแคล่ว ทำให้เซี่ยงเถียนไม่เพียงขมขื่นในใจ แต่ยังขมปากอีกด้วย
ไม่กล้าดื่มน้ำเปล่ากลิ่นคาวนั่นอีก ในมือเธอพลันมีน้ำอัดลมเสวี่ยปี้เย็นเฉียบกระป๋องหนึ่ง เสียงเพียะดังขึ้นตอนดึงห่วงเปิดฝากระป๋องพอดี ประตูห้องก็ถูกผลักเข้ามา
สายตาทั้งสี่ประสานกัน...
คนที่ตื่นตระหนกมีเพียงเซี่ยงเถียน
จิ่งอวี่ชวนย่อมเห็นของในมือเธอ เป็นของที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน พอเดินเข้าใกล้ก็ยังได้ยินเสียงฟองอากาศเล็ก ๆ แตกดังเป๊าะแป๊ะ เขาขมวดคิ้วน้อย ๆ รู้สึกว่ามันดูซ่าจนชวนแสบคอ
เมื่อเห็นจิ่งอวี่ชวนขมวดคิ้ว เซี่ยงเถียนก็ยิ่งรู้สึกน้อยใจ ความรู้สึกนี้ท่วมท้นจนกลบความตื่นตระหนกที่ถูกจับได้เสียอีก
น้ำตาสองหยดร่วงลงมาทันที จิ่งอวี่ชวนรีบนั่งลงข้างเตียงอย่างลนลาน ประคองใบหน้าเธอด้วยสองมือ แล้วใช้นิ้วโป้งเช็ดน้ำตาให้พลางปลอบเสียงเบา “ร้องไห้ทำไม”
เซี่ยงเถียนตัดสินใจดื่มมันให้รู้แล้วรู้รอด เธอยกน้ำอัดลมเสวี่ยปี้ขึ้นดื่มอึก ๆ จนหมดไปครึ่งกระป๋อง ก่อนจะเรอออกมา “เอิ๊ก~”
พอเรอออกมา เซี่ยงเถียนก็รู้สึกจริง ๆ ว่าตัวเองอาจต้องย้ายไปอยู่ระบบสุริยะแล้ว
