เซี่ยงเถียนยืนอยู่บนแท่นพิธีในชุดพราง ผมรวบสูงเรียบร้อย
เบื้องล่างแท่นพิธีมีแถวทหารฝึกเรียงเป็นหมู่ ๆ อย่างเป็นระเบียบ
เซี่ยงเถียนใจลอยไปชั่วขณะ วันฝึกทหารเมื่อสี่ปีก่อนยังแจ่มชัดราวกับเพิ่งเกิดขึ้น เสียงหอนสั้น ๆ จากไมโครโฟนดึงเธอกลับสู่ความเป็นจริง ริมฝีปากจึงค่อย ๆ ขยับ
“สวัสดีนักศึกษาทุกคน!
พวกเรากำลังอยู่ในยุคที่เต็มไปด้วยความหวัง ประเทศกำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงบนเส้นทางแห่งการปฏิรูป ทุกสาขาอาชีพต่างเฝ้ารอเลือดใหม่เข้ามาเติมเต็ม ส่วนการฝึกทหารของพวกคุณก็คือวิธีอันหนักแน่นที่สุดในการเขียนคำอธิบายให้แก่คำว่า ‘วัยเยาว์’
ตลอดครึ่งเดือนที่ผ่านมา พวกคุณอาจเคยตื่นขึ้นมาท่ามกลางความมืดตอนตีห้าเมื่อได้ยินเสียงนกหวีดเรียกรวมพล อาจเคยฝึกแถวกลางแดดจนแขนล้า หรืออาจทุ่มเทสุดกำลังตะโกนแข่งร้องเพลงเชียร์ประจำชั้นเรียน ความลำบากและความเหน็ดเหนื่อยเหล่านี้ไม่ได้สูญเปล่า สิ่งที่พวกคุณได้เรียนรู้จากมันคือ ‘ระเบียบวินัย’ ซึ่งจะเป็นหลักปฏิบัติในการทำงานและสร้างอนาคต สิ่งที่ได้เรียนรู้คือ ‘ความมุ่งมั่น’ ซึ่งเป็นพลังใจยามเผชิญความยากลำบาก และสิ่งที่ได้เรียนรู้คือ ‘ความสามัคคี’ ซึ่งเป็นพลังสำคัญที่คนรุ่นเราจะใช้สร้างชาติ
เชื่อเถอะว่าเมื่อถึงวันที่พวกคุณเรียนจบ ทุกคนจะพูดได้อย่างภาคภูมิใจว่า พวกเราไม่ทำให้ยุคสมัยนี้และวัยเยาว์ของตัวเองต้องผิดหวัง!”
เมื่อคำสุดท้ายจบลง เสียงปรบมือพร้อมเพรียงก็ดังขึ้นจนเซี่ยงเถียนยิ้ม ก่อนส่งไมโครโฟนให้ท่านอธิการบดี
ท่านอธิการบดียังคงกล่าวอย่างกระตือรือร้น เพียงแต่ผู้คนเบื้องล่างที่ปรบมือนั้นเปลี่ยนไปหลายชุดแล้ว
