ตอนที่เซี่ยงเถียนมารายงานตัว เธอได้พบอาจารย์หญิงคนหนึ่งชื่อฉินหนิง สาเหตุหลักก็เพราะอีกฝ่ายโดดเด่นสะดุดตาเกินไป
อาจารย์จากชั้นอื่น ต่อให้ไม่ได้สวมชุดลายพราง อาจารย์ชายก็สวมชุดแบบเลนินกันทั้งนั้น ส่วนอาจารย์หญิงก็สวมเสื้อบุผ้าฝ้ายเรียบ ๆ
มีเพียงอาจารย์ประจำชั้นของพวกเธอที่สวมกี่เพ้าสีเขียวอ่อน คลุมไหล่ด้วยผ้าขนแพะสีขาว ผมเกล้ามวยไว้ด้านหลังและปักปิ่นไม้เฉียง ๆ
กาลเวลาทิ้งไว้บนตัวเธอเพียงเสน่ห์ของหญิงงามกับบุคลิกอันเป็นเอกลักษณ์
ชุยเฉี่ยวเฉี่ยวอายุน้อยที่สุด ปีนี้อายุ 17 ปี ตามหลักแล้วปีหน้าถึงจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย แต่พอดีมีโอกาสจึงลองสอบดู แล้วก็สอบติดเสียด้วย เธอเป็นคนที่ต้องใช้เวลาปรับตัว เมื่ออยู่ต่อหน้าคนแปลกหน้าจะค่อนข้างประหม่า แต่พออยู่กับคนที่คิดว่าสนิทก็จะร่าเริงขึ้นมาทันที
“พวกเธอว่าอาจารย์ฉินไม่หนาวเหรอ?”
เซี่ยงเถียนรู้สึกว่าฉินหนิงได้ยินเข้าแล้ว เพราะอีกฝ่ายเดินมาทางนี้ “มาแล้วก็ยืนให้เรียบร้อย”
“ค่ะ”
พวกเธอหลายคนรีบไปยืนเข้าแถวอย่างว่าง่าย
บนเวทีกลางทยอยมีคนขึ้นไปหลายคน อาจารย์ฉินของชั้นพวกเธอก็ขึ้นไปด้วย
เซี่ยงเถียนก้มหน้าดึงแขนเสื้อ ชุดลายพรางที่สวมทับเสื้อบุผ้าฝ้ายทำให้รู้สึกไม่สบายตัว จู่ ๆ ก็ถูกชุยเฉี่ยวเฉี่ยวสะกิด เธอจึงเอียงคอถามอย่างสงสัย “มีอะไรเหรอ?”
ชุยเฉี่ยวเฉี่ยวเบิกตากว้าง ชี้ไปบนเวที “นั่นใช่คนรักของเธอหรือเปล่า?”
เซี่ยงเถียนเงยหน้าขึ้น แล้วก็ใช่จิ่งอวี่ชวนจริง ๆ!
เขาสวมชุดแบบเลนินสีดำ เป็นชุดเดียวกับที่ใส่มาส่งเธอที่มหาวิทยาลัยวันนี้ ยืนอยู่ในกลุ่มคนทางขวาของเวที มองไปก็เห็นผู้ชายทั้งหมดห้าคน ในจำนวนนี้สี่คนหัวล้านกลางศีรษะ มีเพียงจิ่งอวี่ชวนที่ดูไม่เข้าพวก
