จิ่งอวี่ชวนห่อเป็ดย่างเป็นคำ ๆ ส่งให้เซี่ยงเถียน เธอกินไปถามไปว่า “พี่กับพี่เขยทำไมถึงรีบกลับจัง”
“พาพวกเสี่ยวโจวไปไหว้หลุมศพพี่โม่ได้ก็ดีมากแล้ว ทางกองทัพมีการเปลี่ยนแปลง เอกสารบางอย่างเลยยุ่งยากหน่อย” จิ่งจวิ้นกังพูดพลางตักซุปให้สวี่ชิงอวี้ ก่อนถามอีอีด้วยว่า “อีอีจะดื่มซุปไหม”
อีอีพยักหน้าหงึก ๆ ตอนนี้ผมของเธอไม่ได้ถักเป็นแกละสองข้างแล้ว สวี่ชิงอวี้ถักเปียสองข้างให้ ดูน่ารักขี้เล่นไม่น้อย “ดื่มค่ะ”
จิ่งอวี่ชวนรับชามของอีอีมา “ผมตักให้เอง พ่อกินข้าวเถอะ”
จิ่งจวิ้นกังตักซุปให้ตัวเองอีกชาม แล้วส่งทัพพีให้จิ่งอวี่ชวน
“คราวนี้หลัก ๆ ก็ไปซ่อมแซมหลุมศพคุณตาโม่ใหม่” จิ่งโจวตอบคำถามของเซี่ยงเถียนด้วย “อีกอย่างพ่อบอกว่าราวปลายปี หน่วยทหารทั้งหมดน่าจะย้ายมาเมืองหลวง”
“อ้อ จริงสิ ตรอกด้านหลังบ้านเรามีเรือนชั้นเดียวอยู่หลังหนึ่ง ฉันได้ยินหัวหน้าหลี่บอกว่าจะขาย เลยคิดว่าบ่ายนี้จะไปดู ถ้าเหมาะก็จะซื้อไว้ให้พวกพี่ซีซี” สวี่ชิงอวี้เพิ่งนึกขึ้นได้จึงเอ่ยขึ้น
“เรือนสองชั้นข้างหน้ายังว่างอยู่ พี่กับพี่เขยย้ายมาอยู่ที่นั่นก็ได้นี่” เซี่ยงเถียนเติมน้ำมันพริกลงในซุปหนึ่งช้อน หอมจริง ๆ
จิ่งจวิ้นกังห่อเป็ดย่างเป็นคำหนึ่งพลางพูดว่า “นั่นเป็นบ้านของพวกเธอ พ่อแม่อย่างเราจะเข้าไปอยู่ก็ยังสมเหตุสมผล แต่พี่สาวกับพี่เขยจะมาอยู่ด้วยได้ยังไง เงินที่พวกเขาเก็บมาตลอดหลายปีก็น่าจะพอซื้อเรือนชั้นเดียวแล้ว”
“ได้ งั้นบ่ายนี้ไปดูกัน” จิ่งอวี่ชวนไม่ได้คัดค้าน ถึงจะให้โม่ซีและคนอื่น ๆ มาอยู่ พวกเขาก็คงเกรงใจอยู่ดี
